ทำไมบางครั้งกาแฟถึงเปรี้ยว ขม หรือจืดชืด ทั้งที่เมล็ดดี เครื่องดี และการบดก็เหมือนเดิม คำตอบอาจเป็นเพราะ 'Tamper' อุปกรณ์ชงกาแฟเล็ก ๆ ที่เรียกได้ว่าเป็นหัวใจสำคัญในการสกัดรสชาติกาแฟ! เพราะมันช่วยอัดผงกาแฟให้แน่นและสม่ำเสมอ ซึ่งมีผลต่อรสชาติกาแฟแบบ 100% และการกดกาแฟที่ถูกต้องสามารถเปลี่ยนรสชาติกาแฟได้อย่างเหลือเชื่อเลยล่ะ วันนี้เราจะพาไปเจาะลึกความลับของ Tamper พร้อมแนะนำ 5 รุ่นขายดีที่บาริสต้ามือโปรเลือกใช้ พร้อมเปิดเผยเทคนิคการใช้แบบมืออาชีพ และวิธีการดูแลรักษาให้ใช้ได้ยาว ๆ กัน!
Tamper คืออะไร และทำไมถึงสำคัญ?

Tamper หรือตัวกดกาแฟ คืออุปกรณ์สำคัญที่ใช้กดกาแฟบดในตะแกรงชงกาแฟ (Portafilter) ให้แน่นและสม่ำเสมอ ซึ่งมีผลต่อการสกัดกาแฟอย่างมาก การกดกาแฟที่ถูกต้องจะช่วยให้น้ำร้อนไหลผ่านกาแฟบดได้อย่างทั่วถึง ทำให้ได้รสชาติกาแฟที่เข้มข้นและสมดุล อีกทั้งยังช่วยควบคุมรสชาติกาแฟ โดยการกดกาแฟให้แน่นสม่ำเสมอจะช่วยควบคุมความเร็วในการไหลของน้ำ ทำให้ได้รสชาติกาแฟที่ต้องการ และยังป้องกันการเกิด Channeling ซึ่งเป็นการที่น้ำไหลผ่านช่องว่างในกาแฟบด ทำให้สกัดกาแฟไม่สมบูรณ์และได้รสชาติเปรี้ยว
ทำไมใช้ Tamper แต่กาแฟก็ยังไม่อร่อย
1. ปัญหาการอัดกาแฟที่ไม่สม่ำเสมอ
เมื่อใช้ Tamper ไม่ถูกวิธี เช่น การอัดกาแฟที่ไม่เท่ากันหรือไม่ใช้แรงกดที่เหมาะสม ก็จะส่งผลให้กาแฟไม่สม่ำเสมอในการสกัด น้ำกาแฟอาจไหลออกมาไม่เท่ากัน หรือบางครั้งก็จะเจอรสชาติขมเกินไป เนื่องจากการสกัดกาแฟไม่สมบูรณ์
2. เลือก Tamper ที่มีคุณภาพไม่ดี
Tamper ที่มีคุณภาพต่ำอาจมีรูปร่างไม่สมดุล หรือวัสดุที่ไม่ทนทาน ซึ่งอาจทำให้ประสิทธิภาพในการอัดกาแฟลดลง ทำให้กาแฟที่ได้รสชาติไม่คงที่ และทำให้การทำกาแฟเป็นเรื่องยากขึ้น
3. การใช้ Tamper ที่ไม่เหมาะสมกับพอร์ตาฟิลเตอร์
ปัญหาที่หลายคนพบคือการใช้ Tamper ที่ไม่ตรงกับขนาดพอร์ตาฟิลเตอร์ ซึ่งส่งผลให้การอัดกาแฟไม่แน่นพอ ทำให้รสชาติของกาแฟไม่เข้มข้นหรือไม่สมดุล การเลือก Tamper ที่มีขนาดพอดีจึงเป็นสิ่งสำคัญมากในการทำกาแฟที่มีรสชาติที่ดี
ทำความรู้จัก Tamper 4 ประเภทหลัก ๆ แบบเข้าใจง่าย
1. แทมเปอร์แบบมีด้ามจับ (Handle Tamper)
อันนี้คือแบบคลาสสิกที่เราเห็นกันบ่อย มีด้ามจับมักทำจากไม้ โลหะ หรือพลาสติก ออกแบบให้จับถนัดมือ ส่วนตรงฐานมักทำจากสแตนเลสสตีลเพื่อความทนทาน และน้ำหนักที่เหมาะสม โดยที่ส่วนใหญ่ฐานจะมีอยู่ 3 รูปแบบ คือ
- แบบฐานเรียบ : เป็นที่นิยมมากที่สุด ให้พื้นผิวการอัดที่เรียบเสมอกัน สกัดน้ำได้ดี
- แบบฐานนนูน : ฐานจะมีลักษณะโค้งเล็กน้อย ตรงกลางนูนกว่าขอบ ว่ากันว่ามันช่วยให้ผงกาแฟตรงขอบแน่นขึ้น ลดปัญหาที่น้ำชอบไหลตรงขอบด้ามชง
- แบบฐานลาย : มีลวดลายเป็นวงกลมบนพื้นผิว เพื่อลดการเกาะติดของผงกาแฟหลังการอัด
2. แทมเปอร์แบบแรงกดสปริง (Spring-loaded Tamper)
Tamper ที่ออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาการกดหนักไม่เท่ากัน ซึ่งในตัว Tamper จะมีสปริงซ่อนอยู่ พอเรากดลงไปจนถึงระดับความแน่นที่ตั้งไว้กลไกสปริงจะสุดแค่ตรงนั้นทันที ข้อดีของ Tamper ประเภทนี้คือไม่ว่าใครจะกด หรือกดกี่ครั้ง แรงกดจะเท่ากันทุกช็อต ทำให้ช็อตกาแฟของเราได้มาตรฐานเป๊ะ ๆ ตลอดเวลา
3.แทมป์เปอร์ไม่มีด้ามจับ (Handle Less Tamper)
Tamper ประเภทนี้มักถูกเรียกอีกชื่อว่า Palm Tamper มีฐานขนาดใหญ่และส่วนบนที่แบนราบหรือโค้งเล็กน้อย เพื่อให้ฝ่ามือสามารถกดลงไปได้โดยตรง บางรุ่นจะมีขอบที่เอาไว้วางแนบกับขอบด้ามชงพอดี Tamper ประเภทนี้ช่วยให้การกดอัดเป็นไปใน ระนาบที่ตรง 100% มากกว่าแทมเปอร์แบบมีด้ามจับ ลดปัญหาการกดเบี้ยว
4. แทมป์เปอร์สองหัว (Dual Head Tamper)
Tamper ที่เน้นความสะดวกสบาย 2in1 และยังเป็นแบบที่นิยมอย่างมากในกลุ่ม Home Barista หรือคนที่ต้องการอุปกรณ์ที่ครบจบในชิ้นเดียว ตัวด้ามจะมีฐานกด 2 ด้าน โดยที่แต่ละด้านมีขนาดแตกต่างกัน หรือมีฟังก์ชันที่แตกต่างกันเช่น ด้านหนึ่งเป็นฐานเรียบ อีกด้านเป็นฐานนูน หรือบางรุ่นอาจมีหัวเป็นแทมป์เปอร์ และอีกหัวเป็นตัวเกลี่ยผงกาแฟ
ขั้นตอนการใช้ Tamper ถูกต้อง
- เกลี่ยผงกาแฟให้เรียบก่อนแทมป์เพื่อให้ผงกาแฟกระจายตัวสม่ำเสมอ และลดโอกาสเกิด Channeling
- จับตั้งฉากมุม มุม 90 องศา เพื่อให้แรงกด Tamper สมดุลทั่วหน้ากาแฟ
- ไม่ต้องกดแรงเกินไป ใช้แรงกดพอดี ประมาณ 13 กก.
- กดไว้ 1–2 วินาที ช่วยให้ผงกาแฟเซ็ตตัวแน่นและผิวนิ่งก่อนเริ่มสกัด
- ยก Tamper ขึ้นตรง ๆ ไม่บิด ไม่หมุน เพื่อป้องกันผิวหน้ากาแฟแตกหรือผงเคลื่อนตัว
- เช็ดผงกาแฟที่ติดออก พร้อมดูความเรียบร้อยของหน้ากาแฟอีกครั้งก่อนสกัด
เทคนิคการใช้ Tamper แบบมือโปร

1. เลือก Tamper ที่มีขนาดพอดีกับพอร์ตาฟิลเตอร์
การเลือก Tamper ที่มีขนาดพอดีกับพอร์ตาฟิลเตอร์ของเครื่องกาแฟเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม หาก tamper เล็กเกินไปจะทำให้การอัดกาแฟไม่แน่นพอ แต่ถ้า Tamper ใหญ่เกินไปจะทำให้ไม่สามารถอัดกาแฟได้อย่างทั่วถึง แนะนำให้เลือก tamper ที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางพอดีกับขนาดของพอร์ตาฟิลเตอร์ เช่น ถ้าใช้เครื่องเอสเปรสโซ่ขนาด 58 มม. ก็ควรเลือก tamper ขนาด 58 มม.
2. ใช้แรงกดที่เหมาะสม
การกด Tamper ให้สม่ำเสมอและใช่แรงที่เหมาะสมถือเป็นสิ่งสำคัญในขั้นตอนการทำกาแฟ การกดแรงเกินไปหรือเบาเกินไปจะทำให้การอัดกาแฟไม่ได้ผลดี ควรกดให้แน่นและสม่ำเสมอ ซึ่งจะช่วยให้กาแฟที่ได้มีรสชาติที่ดีและมีเนื้อสัมผัสที่กลมกล่อม
3. เลือกวัสดุที่ดี
Tamper ที่มีคุณภาพสูงมักจะทำจากวัสดุที่ทนทานและมีน้ำหนักเหมาะสม เช่น สแตนเลสสตีล ซึ่งช่วยให้การกดแน่นและมั่นคงขึ้น บางรุ่นมีการออกแบบที่ช่วยให้จับถนัดมือและทำให้การอัดกาแฟง่ายขึ้นอีกด้วย
4. ให้ความสำคัญกับการทำความสะอาด tamper
การทำความสะอาด Tamper หลังจากใช้งานทุกครั้งจะช่วยให้มั่นใจว่าไม่มีคราบกาแฟสะสมอยู่ ซึ่งอาจจะส่งผลให้การอัดกาแฟในครั้งถัดไปไม่สะอาดหรือรสชาติเปลี่ยนไป ดังนั้นควรทำความสะอาด Tamper ด้วยน้ำอุ่นและเช็ดให้แห้งทุกครั้งหลังใช้งาน
แต่นอกจากวิธีการใช้ Tamper ที่ถูกต้องแล้ว ปัจจัยอื่น ๆ ก็มีความสำคัญ เช่น การเลือกเมล็ดกาแฟที่คั่วใหม่และเก็บในภาชนะที่ปิดสนิทจะช่วยรักษาความหอมและรสชาติที่ดีที่สุด การบดเมล็ดกาแฟให้เหมาะสมกับวิธีการชง และการใช้น้ำที่สะอาดและอุณหภูมิที่เหมาะสมก็เป็นส่วนสำคัญในการทำให้กาแฟมีรสชาติที่ดีที่สุดเช่นกัน
เลือกซื้อ Tamper อย่างไรให้โดนใจ?
-
วัสดุที่ใช้: Tamper ที่ทำจากสแตนเลสหรืออลูมิเนียมเป็นตัวเลือกที่ดี เนื่องจากมีความทนทานและสามารถช่วยให้คุณกดกาแฟได้แน่นและไม่เสียรูปทรง
-
ขนาดของ Tamper: ควรเลือกขนาดที่พอดีกับขนาดพอร์ตาฟิลเตอร์ของเครื่องชงกาแฟ เพราะ Tamper ที่พอดีกับพอร์ตาฟิลเตอร์จะช่วยให้การกดกาแฟมีความสมบูรณ์แบบมากที่สุด
-
ด้ามจับที่สะดวกสบาย: เลือก Tamper ที่มีด้ามจับที่เหมาะสมกับมือของคุณ จะทำให้การใช้งานสะดวกและควบคุมแรงกดได้ดีขึ้น
วิธีการดูแลรักษา Tamper กาแฟอย่างไรให้ใช้ได้นาน ๆ

1. ทำความสะอาด Tamper หลังการใช้งานทุกครั้ง
หลังจากการใช้งาน Tamper ทุกครั้ง การทำความสะอาดเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เนื่องจากเมล็ดกาแฟที่บดแล้วอาจตกค้างอยู่บนพื้นผิวของ Tamper ซึ่งอาจสะสมและทำให้เกิดคราบหรือกลิ่นไม่พึงประสงค์ที่ส่งผลต่อรสชาติกาแฟของคุณในครั้งถัดไป
วิธีการทำความสะอาด Tamper:
-
ใช้ผ้าแห้งหรือผ้าไมโครไฟเบอร์เช็ดทำความสะอาดพื้นผิว Tamper หลังการใช้งาน
-
สำหรับคราบที่ฝังลึก ให้ใช้น้ำอุ่นและสบู่ที่อ่อนโยนในการล้าง อย่าลืมล้างน้ำให้สะอาดและเช็ดให้แห้งทันที
-
หากใช้ Tamper ที่มีส่วนด้ามจับเป็นไม้ ควรหลีกเลี่ยงการแช่ในน้ำ เพื่อป้องกันไม้บวม หรือเปลี่ยนรูปทรง
2. เก็บ Tamper ให้ห่างจากความร้อนและแสงแดด
เก็บ Tamper ในที่แห้งและเย็น หลีกเลี่ยงการเก็บในที่ที่มีความชื้นหรือใกล้แหล่งความร้อน เช่น บนเตาแก๊สหรือใกล้เครื่องชงกาแฟที่ร้อน หาก Tamper ของคุณมีส่วนที่เป็นไม้ ควรหลีกเลี่ยงการเก็บในที่ที่โดนแสงแดดตรง ๆ เพราะอาจทำให้ไม้แห้งและแตกหักได้ และพยายามใช้กล่องเก็บอุปกรณ์กาแฟที่มีช่องแยก หรือหากเก็บในลิ้นชักให้วาง Tamper ไว้ในที่ที่ไม่ถูกกระแทกหรือถูกทับด้วยอุปกรณ์อื่น ๆ
3. ตรวจเช็ก Tamper เป็นระยะ
ตรวจดูว่ามีรอยแตกหรือชิ้นส่วนที่หลวมบนด้ามจับหรือไม่ พร้อมตรวจสอบหน้าผิวของ Tamper ว่ายังเรียบและไม่มีรอยขรุขระที่อาจทำให้การกดกาแฟไม่สมบูรณ์ ซึ่งหากพบว่า Tamper เริ่มสึกหรอหรือเสียหาย ควรพิจารณาเปลี่ยนใหม่ เพื่อให้คุณสามารถทำกาแฟได้อย่างมีประสิทธิภาพ
4. หลีกเลี่ยงการใช้ Tamper ในการกดแรงเกินไป
การใช้แรงที่ไม่เหมาะสมในการกด Tamper ก็สามารถทำให้ Tamper สึกหรอได้เร็วขึ้น แม้ว่าการกดกาแฟให้แน่นเป็นสิ่งสำคัญ แต่การกดแรงเกินไปอาจทำให้พื้นผิว Tamper เสียหายได้
แนะนำ 5 Tamper รุ่นขายดี บาริสต้าถูกใจ จากแบรนด์ BENO มีแบบไหนบ้าง?
1. BENO Flick Tamper
คุณสมบัติ
- ปรับระดับได้ความลึกที่ต้องการกดได้ง่าย ๆ เพืยงหมุนที่ด้ามไปทางซ้ายหรือขวา
- เส้นผ่านศูนย์กลาง 51 53 และ 58 มิล
- มีบ่าชนขอบบาสเก็ต ท้องที่กดกาแฟได้ระดับไม่เบี้ยวเอียง
- ท้องลายคลื่น และแบบเรียบ
- ปรับระดับได้ความลึกที่ต้องการกดได้
- ผลิตจากอลูมิเนียมอัลลอย สแตนเลส และไม้วอลนัท
- น้ำหนัก 290-330 กรัม
- ราคา 570 - 590 บาท
2. BENO Constant Press Tamper
คุณสมบัติ
- ใช้เพื่อแทมป์กดผงกาแฟให้เรียบก่อนชงด้วยเครื่องเอสเปรสโซ่ แทมป์
- สำหรับก้านชงกาแฟขนาด 51 53 และ 58 มิล แบบท้องเรียบ
- ผลิตจากสแตนเลสฟูดเกรดไม่ขึ้นสนิม
- มีบ่าชนขอบบาสเก็ต ท้องที่กดกาแฟได้ระดับไม่เบี้ยวเอียง
- ผลิตจากสแตนเลสฟูดเกรดไม่ขึ้นสนิม
- ขนาด 51 มิล น้ำหนัก 267 กรัม
- ขนาด 53 มิล น้ำหนัก 276 กรัม
- ขนาด 58 มิล น้ำหนัก 300 กรัม
- ราคา 360 บาท
3. BENO Vintage Spring Tamper

คุณสมบัติ
- ปรับตั้งแรงกดได้เอง เพียงคงปริมาณกาแฟให้เท่าเดิม และปรับความลึก (หากลึกมาก แรงกดยิ่งมาก) เหมาะกับร้านที่ไม่เปลี่ยนปริมาณผงกาแฟบ่อย
- เส้นผ่านศูนย์กลาง 51 53.3 และ 58.3 มิล แทมป์เรียบถึงขอบบาสเก็ต
- มีบ่าชนขอบบาสเก็ต ท้องที่กดกาแฟได้ระดับไม่เบี้ยวเอียง
- ท้องเรียบและท้องลายคลื่น (อุปกรณ์เสริม)
- ผลิตจากสแตนเลสฟูดเกรดไม่ขึ้นสนิม
- ด้ามจับกระชับมือ ทำจากไม้วอลนัทและไม้อาฟริกาดำ สวยคลาสสิคสำหรับบาริสต้าสายโอลสคูล
- น้ำหนัก 440 กรัม
- ราคา 790 บาท
4. BENO Bullet Tamper

คุณสมบัติ
- เส้นผ่านศูนย์กลาง 51 53.5 และ 58.5 มิล สำหรับก้านชงกาแฟขนาด 51 53 58 มิล
- ด้ามชงผลิตจากอลูมิเนียมอัลลอยด์ สำดำด้าน
- ฐานกดผลิตจากสแตนเลสฟูดเกรดไม่ขึ้นสนิม
- มีบ่าชนขอบบาสเก็ต ท้องที่กดกาแฟได้ระดับไม่เบี้ยวเอียง
- รูปทรงสูงกระชับมื่อ ควบคุมแรงกดได้แม่นยำ
- พร้อมฐานรองอลูมิเนียม
- ราคา 790 บาท
5. BENO Tricker Tamper

คุณสมบัติ
- เเทมเปอร์กดกาแฟ ระบบสปริง
- สามารถปรับแรงกด 25-35 ปอนด์ โดยการหมุนที่เฟืองด้านบน
- ตัดแรงอัตโนมัติแบบเดียวกับ force tamper
- เส้นผ่านศูนย์กลาง 58.3 มิล สำหรับก้านชงกาแฟขนาด 58 มิล
- มีบ่าชนขอบบาสเก็ต ท้องที่กดกาแฟได้ระดับไม่เบี้ยวเอียง
- รูปทรงสูงกระชับมื่อ ควบคุมแรงกดได้แม่นยำ
- ท้องลายคลื่น
- น้ำหนัก 290 กรัม
- ราคา 970 บาท
ทำให้ทุกวันกลายเป็นวันพิเศษกับ Tamper และอุปกรณ์ชงกาแฟ BENO ที่มือโปรเลือกใช้!
การมี Tamper และอุปกรณ์ที่ออกแบบมาอย่างพิถีพิถันจาก BENO จะช่วยให้ทุกแก้วที่คุณชงเต็มไปด้วยความพิถีพิถัน ทุกจังหวะการบด การกด และการชงจะเป็นเรื่องง่ายและสนุกสนานขึ้น แบบที่ไม่ต้องกังวลเรื่องรสชาติที่ไม่สม่ำเสมอ หรือการสกัดกาแฟที่ไม่ได้คุณภาพอีกต่อไป เพราะ BENO ได้รวบรวมอุปกรณ์ชงกาแฟที่จำเป็นไว้ให้แล้ว ตั้งแต่ Tamper ที่ออกแบบมาเพื่อการกดกาแฟที่สมบูรณ์แบบ ไปจนถึงอุปกรณ์ชงกาแฟอื่น ๆ ที่จะช่วยให้คอกาแฟทุกคนสามารถดึงรสชาติกาแฟออกมาได้อย่างเต็มที่ และที่สำคัญที่สุดคือ ความสะดวกสบายในการใช้งานที่ทำให้คุณเพลิดเพลินกับการชงกาแฟทุกวัน และพิเศษสุด ๆ! รับส่วนลดเต็ม ๆ 200 บาท ไม่มีขั้นต่ำ! เพียงใส่โค้ด BENOA200 ที่ Shopee Thailand เลย
