เมื่อเราพูดถึงกาแฟ ภาพในหัวของแต่ละคนก็จะแตกต่างกันไป แต่เชื่อว่าคงไม่มีใครไม่รู้จักกับวัฒนธรรมการดื่มกาแฟซึ่งเป็นที่ฮิตไปทั่วโลก เพราะกาแฟแต่ละชนิดมีเรื่องราวไม่เหมือนกัน ตั้งแต่เมล็ดพันธุ์กาแฟที่หลากหลายภูมิประเทศ วิธีปลูก หรือวิธีการคั่วที่แตกต่างกันไป ซึ่งทั้งหมดนี้แหละคือสาเหตุที่ทำให้กาแฟแต่ละชนิด มีคาแรคเตอร์ที่ไม่เหมือนกัน บางตัวก็มาพร้อมบอดี้ที่แน่น เข้มข้นถึงใจ บางตัวก็มาพร้อมความสดใส ซับซ้อน มีกลิ่นดอกไม้ผลไม้ให้ตามหา ในบทความนี้เราจะพาไปทำความรู้จักกับเมล็ดกาแฟแต่ละชนิดว่ามีอะไรบ้าง และแตกต่างกันอย่างไร ทำไมรสชาติกาแฟแต่ละชนิดถึงแตกต่างกันจนชวนน่าหลงใหล
เมล็ดกาแฟ คืออะไร
เมล็ดกาแฟเป็นเมล็ดของผลไม้เบอร์รี่ชนิดหนึ่งในภาษาอังกฤษคือ Coffee Cherry หรือต้นกาแฟนั่นเอง ซึ่งเป็นไม้ยืนต้น มีลำต้นสูงใหญ่ หลังจากที่เก็บเกี่ยวเมล็ดกาแฟแล้ว ก็จำนำไปตากแห้ง และนำไปคั่วเพื่อนำความชื่นออกจากเมล็ด ระดับความเข้มของกาแฟก็มาจากการคั่วเมล็ดด้วยเช่นกัน เมื่อคั่วได้ที่แล้วก็นำไปบดและทำเป็นกาแฟต่อไป รสชาติที่ได้ก็จะแตกต่างกันไปตามเมล็ดพันธุ์ที่ต่างกัน
เมล็ดกาแฟแต่ละชนิด มีอะไรบ้าง

1. กาแฟอราบิก้า (Arabica)
กาแฟอราบิก้าถือเป็นกาแฟที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก คิดเป็นร้อย 60 ของกาแฟที่มีการนำมาดื่มกันในปัจจุบัน โดยต้นกำเนิดของกาแฟอราบิกามาจากแถบเอธิโอเปีย ซึ่งชื่ออราบิก้ามาจากการที่กาแฟชนิดนี้ได้รับความนิยมในช่วงศตวรรษที่ 7 แถบบริเวณที่เรียกว่าอราเบียหรือประเทศเยเมนในปัจจุบัน ทำให้เมล็ดกาแฟถูกเรียกว่า อราบิก้านั่นเอง
นอกจากนี้กาแฟสายพันธุ์อราบิกายังถือเป็นสายพันธุ์ที่ปลูกยากทำให้ราคาสูง เนื่องจากเป็นสายพันธ์ุกาแฟที่ต้องการร่มเงา น้ำ และปลูกในความสูงที่เหมาะสม ประมาณ 2,000 ฟุตจากระดับน้ำทะเล
2. กาแฟโรบัสต้า (Robusta)
กาแฟโรบัสต้าเป็นกาแฟที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับสองรองจากกาแฟอราบิก้า มีต้นกำเนิดมาจากแถบแอฟริกาบริเวณตอนใต้ของทะเลทรายซาฮารา ปัจจุบันปลูกในแอฟริกา อินเดีย และอินโดนีเซีย รวมไปถึงเวียดนาม มักถูกนำไปผสมหรือเบลนด์เข้ากับกาแฟสายพันธุ์อื่น และราคาไม่สูงมาก
สำหรับต้นกาแฟโรบัสต้าจะมีความสูงได้มากกว่าต้ากาแฟอราบิก้า เมล็ดกลม ขนาดใหญ่ และมีความแข็งแรงกว่า สามารถปลูกในพื้นที่ต่ำกว่าได้ ทนโรคได้ดี แต่ทนความร้อนได้ไม่ดีนัก
3. กาแฟเอ็กซ์เซลซ่า (Excelsa)
กาแฟเอ็กซ์เซลซ่าเป็นอีกหนึ่งสายพันธุ์ที่มีการค้นพบครั้งแรกในแอฟริกา แต่ปัจจุบันสามารถหากาแฟเอ็กซ์เซลซ่าได้เฉพาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เท่านั้น ก่อนหน้านี้สายพันธุ์เอ็กซ์เซลซ่าถูกแยกออกมาเป็นสายพันธุ์หนึ่ง แต่เมื่อไม่นานมานี้นักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบว่าจริง ๆ แล้ว กาแฟเอ็กซ์เซลซ่าเป็นหนึ่งในกาแฟลิเบอริก้า ซึ่งเป็นต้นกาแฟขนาดใหญ่ ปลูกได้ในพื้นที่สูงระดับปานกลาง เมล็ดกาแฟเป็นทรงรี
4. กาแฟลิเบอริก้า (Liberica)
กาแฟลิเบอริก้าเป็นเมล็ดกาแฟที่มีลูกทรงคล้ายอัลมอน มีต้นกำเนิดจากในบริเวณแอฟริกากลางและแอฟริกาตะวันตก เป็นสายพันธุ์ที่มีความทนทานต่อสภาพอากาศที่รุ่นแรงได้ดี ปัจจุบันนิยมปลูกในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งอินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์
รสชาติกาแฟแต่ละประเภท

1. รสชาติของกาแฟอราบิก้า (Arabica)
เมล็ดกาแฟอราบิก้าเป็นรสชาติที่นุ่มละมุน และไม่ได้มีรสขมที่ชัดเจนมาก ทำให้แบรนด์กาแฟหรือร้านกาแฟต่าง ๆ นิยมนำมาใช้ ซึ่งรสชาติของเมล็ดกาแฟอราบิก้าจะแตกต่างกันไปตามพื้นที่ปลูก อย่างอราบิก้าที่ปลูกในประเทศอินโดนีเซีย จะมีรสหนักแน่น ไม่เปรี้ยว หรือจะเป็นอราบิก้าจากเอธิโอเปีย ที่ให้กลิ่นหอมเหมือนดอกไม้
2. รสชาติของกาแฟโรบัสต้า (Robusta)
เมื่อพูดถึงกาแฟโรบัสต้า ความโดดเด่นของกาแฟสายพันธุ์นี้คือเรื่องของความเข้ม และความขมลึกกว่าอราบิก้า เมื่อนำไปคั่วแล้วอาจทำให้รู้สึกถึงรสชาติที่แบน ๆ เน้นไปทางกลิ่นไหม้หรือกลิ่นถั่วมากกว่า นอกจากนี้ในกาแฟโรบัสต้ายังมีคาเฟอีนสูงกว่าในกาแฟอราบิก้าอีกด้วย
3. รสชาติของกาแฟเอ็กซ์เซลซ่า (Excelsa)
กาแฟเอ็กซ์เซลซ่าให้รสชาติที่มีเอกลักษณ์และซับซ้อน ทำให้นิยมนำไปเบลนด์กับกาแฟสายพันธุ์อื่นเพื่อเพิ่มมิติให้กับรสที่ได้ นอกจากนี้ยังให้กลิ่มหอม และกลิ่นคั่วอ่อน ๆ รวมไปถึงปริมาณคาเฟอีนที่น้อยกว่ากาแฟอื่น ๆ
4. รสชาติของกาแฟลิเบอริก้า (Liberica)
สำหรับรสชาติกาแฟลิเบอริก้า ให้รสชาติที่มีกลิ่นหอมคล้ายอราบิก้าแต่ให้รสผลไม้ที่ชัดกว่า รวมถึงมีกลิ่นดอกไม้ พร้อมทั้งยังมีความเป็นถั่วอยู่ด้วยเล็กน้อย นิยมนำไปเบลนด์รวมกับกาแฟสายพันธุ์อื่น เพื่อให้เกิดความเข้มของรสชาติ
วิธีเลือกเมล็ดกาแฟแต่ละชนิดให้เหมาะกับเมนูต่าง ๆ
เมล็ดกาแฟแต่ละชนิดให้รสชาติ กลิ่น หรืออโรม่าที่แตกต่างกันไปตามสายพันธุ์และแหล่งเพราะปลูก ทำให้เหมาะแก่การนำไปทำเมนูต่าง ๆ ไม่เหมือนกัน การเลือกเมล็ดกาแฟที่เหมาะสมจึงช่วยทำให้เมนูเครื่องดื่มออกมามีรสชาติที่ดียิ่งขึ้น ซึ่งวิธีการเลือกเบื้องต้น สามารถเลือกได้จากระดับการคั่วกาแฟนั่นเอง

1. กาแฟคั่วอ่อน
เนื่องจากใช้ระยะเวลาในการคั่วสั้นที่สุด ทำให้กาแฟชนิดคั่วอ่อนยังคงกลิ่นดั้งเดิมของเมล็ดกาแฟไว้มากกว่าชนิดอื่น ๆ นอกจากนี้ยังคงความเป็นกรดสูง ให้รสเปรี้ยวและกลิ่นผลไม้ได้ดี นอกจากนี้ยังมีคาเฟอีนสูงอีกด้วย จึงเหมาะกับเมนูที่ต้องการนำเสนอรสเปรี้ยวดั้งเดิมของกาแฟและเหมาะกับการดื่มเป็นกาแฟแก้วแรกในตอนเช้า อย่าง BENO Costa Rica Alfonso Coffee, BENO Weekend Coffee, BENO Indo East Java Coffee
2. กาแฟคั่วกลาง
เนื่องจากเป็นการคั่วกาแฟที่นานกว่าแบบแรก ทำให้ได้เมล็ดกาแฟที่มีความเปรี้ยวน้อยลง เป็นตัวเลือกที่เหมาะกับการทำเมนูที่หลากหลาย นิยมคั่วกลางในกาแฟอราบิก้าและกาแฟเอ็กซ์เซลซ่า อย่าง BENO Weekday Coffee ซึ่งเป็นกาแฟคั่วกลางจากพื้นที่ดอยหลวงของไทย ให้กลิ่นหอมคาราเมลและช็อคโกแลต
3. กาแฟคั่วเข้ม
กาแฟคั่วเข้มหรือ Dark roast จะให้รสชาติที่เข้มข้น เหมาะสำหรับคนที่ชอบรสหนักแน่น และมีกลิ่นไหม้เข้ม ๆ พร้อมกลิ่นถั่ว ไม่เปรี้ยว นิยมนำไปทำเป็นกาแฟเอสเปรสโซ หรือกาแฟผสมนม
สายพันธุ์กาแฟที่นิยมในไทย
ในประเทศไทยจะมีการปลูกกาแฟอยู่ด้วยกัน 2 สายพันธุ์คือ
- กาแฟอราบิก้า ปลูกบริเวณภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน เนื่องจากเป็นกาแฟที่ชอบอากาศเย็น และต้องปลูกในที่สูง
- กาแฟโรบัสต้า ซึ่งจะปลูกอยู่แถวภาคใต้บริเวณ ชุมพร ระนอง สุราษฏร์ นครศรีธรรมราช กระบี่ เนื่องจากทนต่อสภาพอากาศได้ดี
วิธีการเก็บรักษาเมล็ดกาแฟให้คงรสชาติ
รสชาติของกาแฟไม่ได้ขึ้นอยู่แค่ที่การชง แต่เริ่มตั้งแต่การเก็บรักษาเมล็ดกาแฟให้ถูกวิธี เมล็ดกาแฟแต่ละชนิดที่เก็บไม่ดีจะเสียรสชาติ และบางครั้งยังเกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้ การรู้เทคนิคง่าย ๆ ในการเก็บรักษาจะช่วยให้ทุกแก้วกาแฟยังคงความสดใหม่และรสชาติดีได้
1. เก็บในที่เย็นและแห้ง
แสงแดด ความร้อน และความชื้นเป็นศัตรูตัวร้ายของกาแฟ กาแฟแต่ละชนิดควรเก็บในตู้หรือภาชนะที่มิดชิด ป้องกันอากาศและความชื้น
2. ใช้ภาชนะปิดสนิท
ภาชนะแบบมีฝาปิดสนิท หรือโหลที่มีระบบซีลสุญญากาศ ที่สำคัญคือต้องทึบแสง จะช่วยป้องกันแสงแดด และไม่ให้กาแฟโดนอากาศโดยตรง ซึ่งอากาศเป็นตัวทำให้กลิ่นและรสของเมล็ดกาแฟลดลง
3. เก็บในที่อุณหภูมิห้อง
ให้วางในตู้ที่มีอากาศถ่ายเท ห่างไกลจากเตาไฟ หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ให้ความร้อน อย่านำเมล็ดกาแฟคั่วไปเก็บในช่องธรรมดาของตู้เย็นเด็ดขาด เพราะความชื้นและกลิ่นอาหารจะทำลายรสชาติ ยกเว้นการแช่แข็งแบบ Freezing ห่อปิดผนึกอย่างแน่นหนา ต้องทำตั้งแต่กาแฟยังสดใหม่
การเก็บรักษาที่ถูกต้อง คือการลงทุนที่ง่ายที่สุดเพื่อคงคุณค่าของกาแฟแต่ละชนิด เพียงแค่ทำตามทั้ง 3 ข้อนี้จะช่วยให้เราได้ดื่มกาแฟหอม ๆ และสัมผัสรสชาติของกาแฟแต่ละชนิด ได้เต็ม ๆ ทุกแก้ว และสามารถเก็บอยู่ได้นานเป็นเดือน ๆ เลย
สัมผัสความพิเศษกาแฟแต่ละชนิด จาก Beno ที่ชงง่ายแต่รสชาติพรีเมียม
ทั้งหมดนี้ก็เป็นเรื่องราวของเมล็ดกาแฟแต่ละชนิด ทั้งอราบิก้าที่ครองใจใครหลายคน และนิยมบริโภคมากที่สุด รองลงมาคือกาแฟโรบัสต้าที่ให้รสเข้ม หนักแน่น นอกจากนี้ยังมีกาแฟเอ็กซ์เซลซ่าและกาแฟลิเบอริก้าที่มีความเป็นเอกลักษณ์ในรสชาติ ใครชอบแบบไหนก็สามารถเลือกมาทดลองดื่มได้เลย แต่ไม่ต้องไปตามหาที่ไหนไกลที่ Beno มีกาแฟคุณภาพดี ไม่ว่าจะเป็นเมล็ดกาแฟ กาแฟแคปซูล และยังมีเครื่องชงกาแฟสดกินเองที่มาพร้อมฟังก์ชันครบครัน รวมถึงอุปกรณ์อื่น ๆ ที่จะทำให้ทุกคนเป็นบาริสต้าที่บ้านได้สบาย ๆ เข้าไปช้อปสินค้า Beno ที่ถูกใจได้เลยบน Shopee Thailand และใช้โค้ดลับ BENOA200 เพื่อรับลดราคาพิเศษ 200 บาท ไปเลย!
