ทุกครั้งที่ชงกาแฟเสร็จแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเอสเปรสโซ่ หรือกาแฟดริป จะมีสิ่งหนึ่งที่เหลืออยู่เสมอก็คือ Ground Coffee หรือที่รู้จักกันว่า กากกาแฟ ซึ่งมักถูกมองว่าไม่มีประโยชน์และถูกทิ้งไปแบบน่าเสียดาย ทั้งที่จริงแล้วกากกาแฟยังมีประโยชน์มากมาย เราสามารถนำกลับมาใช้ต่อได้อีกหลายแบบ ตั้งแต่การนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน การดูแลบ้าน หรือแม้แต่ต่อยอดเป็นไอเดียเล็ก ๆ ที่ช่วยลดขยะและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม กากกาแฟจึงไม่ใช่แค่ของเหลือจากการชงกาแฟอีกต่อไป บทความนี้จะพาไปรู้จัก กากกาแฟ หรือ Ground Coffee ในมุมใหม่ พร้อมไอเดียและประโยชน์ที่ทำให้กากกาแฟมีคุณค่ามากกว่าที่เคย
กากกาแฟหรือ Ground Coffee คืออะไร
กากกาแฟ (Ground coffee) คือ ผงกาแฟคั่วบดที่เหลือจากการชงกาแฟ ไม่ว่าจะเป็นเอสเปรสโซ่ ดริป หรือเฟรนช์เพรส ซึ่งหลายคนมองว่ากากกาแฟเป็นเพียงของเหลือทิ้ง แต่จริง ๆ แล้ว กากกาแฟ แสนจะสารพัดประโยชน์ สามารถนำมาใช้งานได้ตั้งแต่งานบ้าน งานสวน ไปจนถึงด้านความงาม อีกทั้งยังช่วยลดขยะ และเพิ่มคุณค่าให้สิ่งใกล้ตัวได้อย่างคุ้มค่า และเราได้รวบรวมไอเดียการใช้กากกาแฟแบบง่าย ๆ ที่ใครก็ทำตามได้มาไว้ให้ทุกคนแล้ว ไปดูกันเลย!

ประโยชน์ของกากกาแฟ
กากกาแฟใช้ขัดผิว
ด้วยสัมผัสหยายของเมล็ดกาแฟบดเมื่อนำมาขัดผิวจะช่วยขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว กระตุ้นการทำงานของเซลล์ผิว และการผลิตคอลลาเจนจึงทำให้ผิวดูกระชับขึ้นได้ การขัดผิวด้วยกากกาแฟยังช่วยลดความหมองคล้ำ แห้งกร้านหรือดำด้าน นอกจากนั้นคาเฟอีนในกากกาแฟยังช่วยละลายเซลลูไลท์ เพราะมีฤทธิ์ที่ช่วยขยายหลอดเลือด ถ้าเป็นกากของเมล็ดกาแฟที่บดละเอียดก็สามารถนำมาขัดหน้าเพื่อล้างสิ่งสกปรกที่อุดตันรูขุมขน วิธีการนำไปใช้ก็แสนง่าย เพียงแต่ตากกากกาแฟให้แห้ง แล้วนำไปผสมกับน้ำผึ้งหรือมอยซ์เจอร์ไรเซอร์ เพื่อให้มีความลื่นเมื่อนำไปขัดไม่แสบผิว หากชอบกลิ่นหอมก็สามารถหยดน้ำหอมกลิ่นที่ชื่นชอบลงไปได้อีกด้วย เมื่อใช้กากกาแฟขัดผิวแล้วจะช่วยให้ผิวดูกระจ่างใส เรียบเนียนอย่างไม่น่าเชื่อเลย
ใช้หมักผม
กากกาแฟจะช่วยให้ผมไม่มันและลดผมร่วงได้ เพราะในกากกาแฟจะมีสารต้านอนุมูลอิสระหลงเหลืออยู่จึงสามารถช่วยให้ผมนุ่นสลวย เงางามมีน้ำหนัก และยังทำให้ผมร่วงน้อยลงได้อีกด้วย แต่การหมักผมหรือสระผมด้วยกาแฟเป็นประจำจะทำให้สีผมออกเป็นสีน้ำตาลเหมือนกาแฟได้ ขั้นตอนการใช้ก็เพียงแค่นำกากกาแฟผสมน้ำเล็กน้อยแล้วนำไปหมักผมทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที จากนั้นล้างออกให้สะอาด หรือจะนำกากกาแฟไปผสมกับครีมนวดหรือแชมพูแล้วหมักทิ้งไว้ก่อนล้างออกก็จะช่วยบำรุงผมให้นุ่มสลวย เงางามได้เช่นกัน

ใช้เป็นปุ๋ย
ในกากกาแฟมีธาตุไนโตรเจนสูง ซึ่งเป็นแร่ธาตุสำคัญที่ต้นไม้นำไปใช้ในการเจริญเติบโต นอกจากนั้นยังมีสารอื่นที่จำเป็นต่อพืช เช่น โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส จึงช่วยให้ต้นไม้เติบโตได้ดี นอกจากนั้นกากกาแฟยังช่วยให้ดินร่วนซุย จึงสามารถใช้ผสมกับดินปลูกต้นไม้ได้ และยังมีค่า pH ที่เหมาะสมกับการปลูกดอกไม้หลายชนิดให้แข็งแรงออกดอกสวยงาม และกลิ่นของกากกาแฟยังช่วยกำจัดศัตรูพืชหรือแมลงที่จะมารบกวนต้นไม้ได้ด้วย
กากกาแฟลดกลิ่นอับ
สามารถใช้กากกาแฟเพื่อลดกลิ่นอับในตู้เย็น ตู้เสื้อผ้า รถ หรือแม้แต่รองเท้าได้ ให้นำกากกาแฟไปตากให้แห้ง แล้วนำมาบรรจุใส่ถุงผ้าหรือใส่ในถ้วยเล็ก ๆ จากนั้นนำไปไว้ในบริเวณที่ต้องการจะดับกลิ่น กากกาแฟจะช่วยดูดกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้
ไล่มดหรือแมลง
แค่นำกากกาแฟใส่ถ้วยเล็ก ๆ วางไว้ตามเส้นทางที่มดหรือแมลงชอบขึ้น หรือใส่ในถุงผ้า ถุงเท้าเก่า ให้กระจายกลิ่นได้ กลิ่นในกากกาแฟซึ่งเป็นกลิ่นที่แมลงไม่ชอบก็จะช่วยให้มดหรือแมลงไม่กลับมาขึ้นบริเวณนั้นอีก
ใช้ขัดคราบบนเครื่องครัว
ลองนำกากกาแฟมาห่อผ้าแล้วนำไปขัดรอยไหม้บนหม้อหรือกระทะ คราบที่ฝังแน่นก็จะหลุดออกอย่างง่ายดาย ทำให้เครื่องครัวเงาวับเหมือนใหม่อีกครั้ง
ช่วยกำจัดเห็บหมัดในสัตว์เลี้ยง
นำกากกาแฟมาผสมกับแชมพูอาบน้ำ แล้วใช้อาบให้กับสัตว์เลี้ยง ทั้งน้องหมาหรือน้องแมวก็จะมีขนที่นุ่มสลวย รวมถึงกลิ่นของกาแฟยังช่วยกำจัดแมลงหรือเห็บหมัดที่อยู่บนขนสัตว์เลี้ยงได้อีกด้วย
ช่วยเคลียร์ท่อน้ำอุดตัน ลดกลิ่นเหม็น
อีกหนึ่งประโยชน์ของกากกาแฟที่หลายคนอาจไม่เคยรู้ คือเอามาช่วยลดท่อน้ำตันได้ เพราะกากกาแฟมีความหยาบนิด ๆ ช่วยขัดคราบมันในท่อ แถมยังช่วยดูดกลิ่นเหม็นได้ด้วย วิธีทำก็ง่ายมาก แค่เอากากกาแฟผสมกับน้ำร้อนและน้ำยาล้างจาน แล้วเทลงท่อสัปดาห์ละครั้ง ก็ช่วยลดกลิ่นอับ ชะลอการอุดตัน และไม่ต้องพึ่งสารเคมีแรง ๆ เลย
ลดปัญหาใต้ตาดำคล้ำ
คาเฟอีนใน กากกาแฟ ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือดและลดอาการบวมคล้ำใต้ตา เพียงนำกากกาแฟผสมกับน้ำผึ้ง หรือโยเกิร์ตรสธรรมชาติ คนให้เข้ากัน แล้วนำมาพอกบริเวณใต้ตาบาง ๆ ทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที จากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาด หากทำเป็นประจำสัปดาห์ละ 2–3 ครั้ง จะช่วยให้ผิวรอบดวงตาดูเรียบเนียน สดใส และกระจ่างขึ้น
ช่วยลดรอยขีดข่วนบนบนเฟอร์นิเจอร์ไม้
ถ้าโต๊ะหรือตู้ไม้มีรอยขีดข่วนเล็ก ๆ อย่าเพิ่งคิดเปลี่ยนใหม่ เพราะกากกาแฟ เอามาช่วยกลบรอยได้ง่ายมากแค่เอากากกาแฟ ผสมกับน้ำมันมะกอก แล้วใช้ผ้า หรือสำลีแต้มลงตรงรอย ทิ้งไว้สักพักแล้วเช็ดออก รอยบนเฟอร์นิเจอร์ก็จะดูจางลง
กำจัดกลิ่นกระเทียมติดมือ
กากกาแฟ ช่วยดูดซับกลิ่นกระเทียมบนมือได้หลังทำอาหารเสร็จ ให้นำกากกาแฟประมาณ 1 ช้อนโต๊ะมาถูที่ฝ่ามือและซอกนิ้วเบา ๆ ถูวนไปประมาณ 30 วินาที จากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาดและสบู่ เพียงเท่านี้กลิ่นจะจางลงทันที
ช่วยจำกัดบริเวณ ฝึกให้สัตว์เลี้ยงขับถ่ายเป็นที่
อีกหนึ่งประโยชน์ของ กากกาแฟ คือช่วยฝึกน้องหมาน้องแมวให้ขับถ่ายเป็นที่ได้ เพราะสัตว์เลี้ยงส่วนใหญ่ไม่ค่อยชอบกลิ่นกาแฟ แค่เอากากกาแฟที่ตากให้แห้งแล้วไปโรยตามมุมบ้านหรือจุดที่ไม่อยากให้ไปถ่าย ส่วนจุดที่อยากให้เป็นห้องน้ำของเขาก็ไม่ต้องโรย ทำแบบนี้ต่อเนื่องไม่กี่วัน น้อง ๆ จะเริ่มจำได้เองว่าควรไปถ่ายตรงไหน ช่วยลดปัญหาเลอะบ้านได้เยอะเลย
วิธีเก็บกากกาแฟอย่างไร ให้ใช้ได้นาน
ปัญหาของคนที่มีกากกาแฟเยอะแล้วใช้ไม่ทันคือ รา ที่ขึ้นง่ายกว่าที่คิด แค่เก็บไม่ถูกวิธีเพียงคืนเดียว เจ้าเชื้อราสีขาวก็จะขึ้นทันที จากของที่ตั้งใจเอาไปใช้ต่อ กลับกลายเป็นของที่ต้องทิ้ง แต่จริง ๆ แล้วกากกาแฟสามารถเก็บให้อยู่ได้นานได้ ถ้ารู้วิธีที่ถูกต้อง วันนี้เราจะมาแชร์เทคนิคว่าจะเก็บกากกาแฟอย่างไรให้อยู่ได้นาน และพร้อมใช้งานได้ตลอดเวลา
1. นำกากกาแฟไปตากแดด
วิธีง่ายที่สุดในการเก็บ กากกาแฟ ให้ใช้ได้นาน คือเอาไปตากแดด แค่กระจายกากกาแฟให้บาง ๆ บนถาดหรือกระดาษ แล้วนำไปตากแดดแรง ๆ คอยกลับเพื่อให้แห้งทั่วกัน ตากไว้สักประมาณ 1 - 2 วัน พอจับดูแล้วรู้สึกว่ามันร่วนเหมือนทราย ไม่มีความชื้นติดมือก็เป็นอันใช้ได้ จากนั้นพักให้กากกาแฟเย็นลงจนมีอุณหภูมิปกติ แล้วเก็บใส่กระปุกไว้ใช้ยาว ๆ แบบไม่ต้องกลัวกากกาแฟมีกลิ่นอับ หรือราขึ้นเลย
2. นำกากกาแฟไปเข้าไมโครเวฟ
ถ้าไม่มีพื้นที่ตากแดด หรืออยากได้วิธีที่เร็วขึ้น วิธีนี้ใช้เวลาแค่ไม่กี่นาทีก็ได้ กากกาแฟแห้ง ๆ พร้อมใช้แล้ว เริ่มจากตักกากกาแฟใส่จานที่เข้าเวฟได้ เกลี่ยให้กระจาย ๆ ตัว แล้วกดไฟกลางสัก 2 - 3 นาที ถ้ากากกาแฟยังชื้นอยู่ ให้เอาเข้าเวฟซ้ำอีกรอบละนาที ทำแบบนี้สัก 2-3 รอบจนกากกาแฟมันแห้งร่วน ไม่เกาะตัวเป็นก้อน หลังจากนั้นพักไว้ให้อุณภูมิปกติ แล้วเก็บในกระปุกแก้ว หรือกล่องสูญญากาศที่แห้งสนิท
ข้อแนะนำ : ไม่ว่าจะใช้วิธีไหนอย่ารีบเก็บกากกาแฟตอนที่ยังร้อน ต้องรอให้เย็นตัวก่อนค่อยเก็บ และปิดฝา ไม่อย่างนั้นจะเกิดไอน้ำในกระปุก ทำให้เกิดกลิ่นอับ เชื้อราขึ้นได้ นอกจากนี้ควรเก็บกระปุกไว้ในที่แห้งและเย็น หลีกเลี่ยงความชื้นและแสงแดดจัด เพื่อยืดอายุการใช้งานให้ได้นานที่สุด
Ground Coffee ต่างจาก Roasted Coffee ยังไง
Ground Coffee คือกากกาแฟ หรือเมล็ดกาแฟคั่วบดที่ผ่านการสกัดน้ำออกแล้ว เหลือแค่กากแห้งๆ หรือเศษของกาแฟนั่นเอง ส่วน Roasted Coffee คือเมล็ดกาแฟที่ผ่านการคั่ว ก่อนที่จะนำมาบดและสกัดออกมาเป็นกาแฟ หลายคนยังสับสนระหว่างสองคำนี้ แต่ความจริงแล้ว Roasted Coffee ก็คือเมล็ดกาแฟคั่วที่ยังไม่ได้นำมาชง ส่วน Ground Coffee คือเศษที่เหลือจากการชงกาแฟแล้วนั่นเอง
Ground Coffee ต่างจาก Instant Coffee อย่างไร
Instant Coffee คือกาแฟสำเร็จรูปที่ได้จากการนำกาแฟคั่วบดไปสกัดเป็นเป็นน้ำกาแฟและนำไปผ่านกระบวนการแปรรูปให้กลายเป็นผง ซึ่ง Instant Coffee ทีวางขายในท้องตลาดจะมีทั้งแบบที่เป็นกาแฟไม่มีส่วนผสมอื่นเพิ่มเติม หรือกาแฟสำเร็จรูปแบบ 3 in 1 หรือกาแฟที่ผสมครีมเทียม และน้ำตาล หรือแม้แต่แต่งกลิ่นอื่นเพิ่มเติม เช่น กลิ่นดอกไม้ ผลไม้ หรือผสมเป็นรสชาติใหม่ ๆ เช่น ใส่วนิลา ช็อคโกแลต เพื่อสร้างความหลากหลายให้กับผู้บริโภค
“กากกาแฟ” ไอเทมลับสารพัดประโยชน์ที่ใครก็คาดไม่ถึง
กากกาแฟถึงแม้จะเรียกว่ากาก แต่ด้วยประโยชน์มากมายขนาดนี้จะเห็นได้ว่าไม่กากเลย เมื่อคุณชงกาแฟเสร็จแล้วก็อย่าเพิ่งโยนกากกาแฟลงถังขยะให้เสียเปล่า ถ้าใช้ไม่ทันก็นำไปแจกจ่ายแนะนำให้คนอื่นได้นำมาใช้ประโยชน์กันเถอะ สำหรับคอกาแฟ ถ้าอยากได้กาแฟรสชาติพรีเมียม ก็ต้องมีตัวช่วยดี ๆ อย่างเครื่องชงกาแฟสด และอุปกรณ์คุณภาพจาก Beno ติดบ้านไว้เลย และที่พลาดไม่ได้! ตอนนี้ที่ Beno มีโปรลับด้วยนะ แค่เข้าไปช้อปใน Shopee Thailand แล้วใส่โค้ด BENOA200 ก็รับส่วนลดไปเลย 200 บาท! ของดีราคาคุ้มขนาดนี้ ไม่ช้อปไม่ได้แล้ว นอกจากจะได้ดื่มกาแฟหอม ๆ แบบพรีเมียมแล้ว แถมยังได้กากกาแฟที่มีประโยชน์เก็บไว้ใช้ต่ออีกด้วย


