“กาแฟดริป” Slow Bar เสน่ห์การชงกาแฟที่จะเปลี่ยนทุกแก้วให้พิเศษยิ่งขึ้น

กาแฟดริป

กาแฟดริป (Drip Coffee) คือกาแฟสดที่ชงด้วยวิธี Pour-over โดยการเทน้ำร้อนผ่านผงกาแฟบดหยาบที่ใส่ไว้ในกระดาษกรอง ให้น้ำกาแฟค่อย ๆ ไหลผ่านลงมา ทำให้ได้กาแฟรสชาตินุ่ม สะอาด ๆ และหอมกลิ่นกาแฟชัด ๆ ถิอว่าเป็นกาแฟที่เหมาะกับคนที่ชอบดื่มกาแฟดำ หรืออเมริกาโน่ 

กาแฟดริป (Drip Coffee) ได้กลายเป็นเทรนด์ของคนรักกาแฟตัวจริง สิ่งที่หลายคนชอบคือกาแฟดริปจะมีรสชาตินุ่มละมุน มีบอดี้ที่ไม่หนักจนเกินไป และเผยกลิ่นหอมเฉพาะตัวของเมล็ดกาแฟแต่ละชนิดออกมาได้อย่างชัดเจน ที่สำคัญคือขั้นตอนการชงกาแฟดริปทำให้เรารู้สึกเหมือนได้ “ชงกาแฟให้ตัวเองอย่างตั้งใจ” แล้วกาแฟดริปจริง ๆ แล้วคืออะไร? วิธีการชงทำงานอย่างไร? ต้องใช้อุปกรณ์แบบไหน? และที่สำคัญ...มันต่างจาก “กาแฟสด” ที่เราคุ้นเคยอย่างไรบ้าง? ไปดูกัน!

 

สรุปกาแฟดริปแบบครบ จบในไม่กี่นาที

  • กาแฟดริป : คือการชงกาแฟด้วยวิธี Pour-over เทน้ำร้อนผ่านผงกาแฟและกระดาษกรองอย่างช้า ๆ เพื่อดึงกลิ่นและรสชาติของเมล็ดกาแฟออกมาได้อย่างเต็มที่

  • ขั้นตอนสำคัญของการดริปมี 3 สเตป : การบาน (Blooming) การเทน้ำ (Pouring) และการซึมผ่าน (Percolation) แล้วแต่ละขั้นตอนมีผลต่อรสชาติล้วน ๆ

  • สูตรชงกาแฟดริปสำหรับมือใหม่ : 4:6 หรือ 1:15 เป็นสูตรที่ทำตามได้ไม่ยากและปรับรสชาติได้ตามความชอบ 

  • อุปกรณ์ที่ควรมี : ได้แก่ ดริปเปอร์ กระดาษกรอง กาน้ำดริป เครื่องบดกาแฟ โถรองกาแฟ และเครื่องชั่ง 

  • กาแฟดริปมีทั้งแบบคลาสสิก และแบบสำเร็จรูป : แบบคลาสสิกเหมาะกับคนที่ชอบความพิถีพิถัน ส่วนสำเร็จรูปแบบ Drip Bag เหมาะกับคนที่ต้องการความสะดวก พกพาง่าย และชงได้ทุกที่ 

 

กาแฟดริป คืออะไร

 

กาแฟดริป คืออะไร

 

กาแฟดริป (Drip Coffee) คือวิธีชงกาแฟแบบสโลว์บาร์ ที่ใช้น้ำร้อนเทลงบนผงกาแฟบดที่วางอยู่เหนือแผ่นกรอง เพื่อให้กาแฟค่อย ๆ ดริปลงมาเป็นน้ำร้อนสีน้ำตาลเข้ม วิธีนี้ทำให้กลิ่นและรสชาติของเมล็ดกาแฟโดดเด่นชัดเจนกว่าการชงแบบอื่น เมนูกาแฟที่ได้จากการดริปส่วนใหญ่จะเป็นกาแฟดำหรืออเมริกาโน่ แต่ถ้าอยากเพิ่มความฟินก็สามารถนำไปปรุงเป็นเมนูอื่นต่อได้ เพียงเติมนมหรือไซรัปเข้าไปได้เลย การชงกาแฟดริปนี้จะต้องอาศัยความใจเย็น และความพิถีพิถันในทุกขั้นตอน เพื่อรสชาติที่พิเศษในทุกแก้ว


จุดกำเนิดของการดริปกาแฟ

ใครจะคิดว่า "กาแฟดริป" ที่เรารู้จักกันในวันนี้ จะมีจุดเริ่มต้นมาจากความเบื่อหน่ายในรสขมของกากกาแฟ และความหัวใสของผู้หญิงคนหนึ่งในประเทศเยอรมนี! ย้อนกลับไปในปี 1908 เมลิตต้า เบนซ์ (Melitta Bentz) แม่บ้านชาวเมืองเดรสเดนรู้สึกไม่พอใจกับกาแฟที่ชงด้วยหม้อต้มแบบเดิม ๆ ซึ่งมักจะมีกากกาแฟปะปนมาด้วย ทำให้รสชาติขมและไม่น่าดื่ม เธอจึงเริ่มทดลองหาวิธีที่จะสกัดกาแฟให้ได้น้ำกาแฟที่ใสสะอาดขึ้น

เมลิตต้ามีความคิดที่เรียบง่ายแต่ชาญฉลาด เธอเจาะรูก้นกระป๋องทองเหลือง แล้วใช้กระดาษซับหมึกจากสมุดลูกชายมาบุรองไว้ด้านใน จากนั้นก็ใส่ผงกาแฟบดลงไปแล้วเทน้ำร้อน ผลลัพธ์ที่ได้คือน้ำกาแฟที่ไร้กาก และมีรสชาติที่นุ่มนวลกว่าที่เคยเป็นมา การทดลองเล็ก ๆ ครั้งนี้ได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของนวัตกรรมที่ยิ่งใหญ่ เธอได้จดสิทธิบัตรวิธีการชงกาแฟแบบใหม่นี้ และก่อตั้งบริษัท Melitta ในปีเดียวกันนั้นเอง

จากวันนั้นเป็นต้นมา กระดาษกรองกาแฟ และอุปกรณ์สำหรับชงกาแฟดริป ก็ได้ถือกำเนิดขึ้นและเริ่มแพร่หลายไปทั่วโลก แม้ว่าในตอนแรกกาแฟเอสเพรสโซจะได้รับความนิยมมากกว่าในยุคแรก ๆ แต่เมื่อกระแสความต้องการกาแฟที่มีรสชาติซับซ้อนและสะอาด เริ่มกลับมา กาแฟดริปก็กลับมาผงาดอีกครั้ง และกลายเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายในหมู่คอกาแฟที่ต้องการสัมผัสรสชาติอันแท้จริงของเมล็ดกาแฟแต่ละชนิดอย่างไม่มีสิ่งเจือปน

 

กาแฟดริป ต่างจาก กาแฟสด อย่างไร?

หลายคนอาจเคยได้ยินคำว่า "กาแฟดริป" กับ "กาแฟสด" แล้วสงสัยว่ามันต่างกันยังไง ในความเป็นจริงกาแฟดริปก็จัดอยู่ในกลุ่มกาแฟสดเช่นกัน เพราะใช้เมล็ดกาแฟบดใหม่ชงแบบไม่สำเร็จรูป แต่สิ่งที่ทำให้กาแฟดริปต่างออกไปคือ “วิธีการชง” และ “ผลลัพธ์ในแก้ว” โดยกาแฟดริปเป็นการชงแบบ Pour-over หรือการเทน้ำร้อนผ่านผงกาแฟที่อยู่ในกระดาษกรองอย่างช้า ๆ ซึ่งใช้แรงโน้มถ่วง ไม่ใช่แรงดัน ทำให้ได้กาแฟที่ใส คลีน รสละมุน และมีกลิ่นหอมชัด ตามลักษณะของเมล็ดที่ใช้

ในขณะที่กาแฟสดแบบทั่วไปที่เราคุ้นเคยอย่างเอสเปรสโซ่ หรือกาแฟเครื่องชง จะใช้แรงดันสูงดันน้ำผ่านผงกาแฟ ทำให้ได้รสที่เข้มข้น หนาแน่น และมีครีม่าบนหน้า ซึ่งเหมาะกับสายที่ชอบกาแฟแรง ๆ หรือเมนูนมอย่างลาเต้ คาปูชิโน่ 

เปรียบเทียบ

กาแฟดริป (Drip Coffee)

กาแฟสด

วิธีชง

ค่อย ๆ เทน้ำร้อนผ่านผงกาแฟช้า ๆ 

ใช้แรงดันน้ำสูงอัดผ่านผงกาแฟในเวลาสั้น ๆ

รสชาติ

ใส คลีน กลิ่นหอมชัด ได้รสตามธรรมชาติของเมล็ดแบบเต็ม ๆ

เข้มข้น หนัก แน่น มีบอดี้หนากว่า

ครีม่า

ไม่มี เพราะไม่ได้ใช้แรงดันในการสกัด

มีชั้นครีม่าสีทองลอยบนหน้าแก้ว

ความเข้มข้น

เบากว่า ดื่มง่าย

เข้มข้นกว่า ใช้เป็นเบสเมนูนม เช่น ลาเต้ คาปูชิโน่ 

 

เคล็ดลับในการดริปกาแฟให้อร่อยนุ่มลึก

 

การดริปกาแฟให้อร่อย

 

1. การเตรียมผงกาแฟ

เมล็ดกาแฟจะถูกบดให้ได้ขนาดเหมาะสม ไม่หยาบเกินไปจนทำให้น้ำไหลเร็ว หรือบดละเอียดเกินไปจนทำให้น้ำไหลช้าเกินไปและรสชาติขมเกินควร การบดที่เหมาะสมจะช่วยให้น้ำสัมผัสผงกาแฟอย่างเต็มที่และสกัดรสชาติออกมาได้ดี

2. การวางผงกาแฟในดริปเปอร์และกระดาษกรอง

ผงกาแฟถูกใส่ลงในกระดาษกรองซึ่งวางในดริปเปอร์ น้ำหนักของผงกาแฟและรูปทรงของดริปเปอร์ช่วยกระจายน้ำให้ไหลผ่านอย่างสม่ำเสมอ

3. การเทน้ำร้อนลงบนผงกาแฟ

- การบาน (Blooming): ขั้นตอนนี้คือการเทน้ำร้อนปริมาณเล็กน้อย (ประมาณ 2-3 เท่าของน้ำหนักกาแฟ) ลงบนผงกาแฟที่บดแล้วอย่างช้าๆ ให้ทั่วถึง น้ำร้อนจะทำปฏิกิริยากับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ที่สะสมอยู่ในเมล็ดกาแฟหลังการคั่ว ทำให้ผงกาแฟพองตัวขึ้น และปล่อยก๊าซออกมา ช่วงนี้ใช้เวลาประมาณ 30-45 วินาที การบานช่วยให้ผงกาแฟอิ่มตัวด้วยน้ำอย่างทั่วถึง ทำให้การสกัดในขั้นตอนต่อไปมีประสิทธิภาพมากขึ้นและได้รสชาติที่สม่ำเสมอ

- การเทน้ำ (Pouring): หลังจากบานแล้ว ค่อย ๆ เทน้ำร้อนที่อุณหภูมิที่เหมาะสม (ประมาณ 90-96 องศาเซลเซียส) อย่างช้า ๆ และต่อเนื่องเป็นวงกลมจากกึ่งกลางออกไปด้านนอก (โดยไม่เทโดนขอบกรวย) น้ำร้อนจะค่อย ๆ ซึมผ่านชั้นผงกาแฟ ซึ่งเป็นกระบวนการที่เรียกว่า "การละลาย" (Dissolution) โดยน้ำจะละลายสารประกอบต่าง ๆ ในเมล็ดกาแฟออกมา

- การซึมผ่าน (Percolation): เมื่อน้ำละลายสารกาแฟออกมาแล้ว ของเหลวที่ได้จะค่อย ๆ ไหลผ่านผงกาแฟที่เหลือและกระดาษกรองลงสู่ภาชนะรองรับด้านล่างด้วย "แรงโน้มถ่วง" นี่คือจุดที่แตกต่างจากการชงแบบ Espresso ที่ใช้แรงดันสูง การดริปใช้แรงโน้มถ่วง ทำให้การสกัดเป็นไปอย่างช้า ๆ และนุ่มนวล

สรุปง่าย ๆ คือ กาแฟดริป ทำงานโดยการอาศัยการไหลผ่านของน้ำร้อนอย่างช้า ๆ ด้วยแรงโน้มถ่วง ผ่านผงกาแฟที่ถูกบดอย่างเหมาะสมและกรองด้วยกระดาษ เพื่อให้ได้น้ำกาแฟที่ใสสะอาด และดึงรสชาติเฉพาะตัวของเมล็ดกาแฟออกมาได้อย่างเต็มที่และนุ่มนวลที่สุดนั่นเอง เห็นแบบนี้คงคันไม้คันมืออยากชงดื่มกันแล้วใช่ไหม? งั้นตามไปดูต่อกันเลยกับสูตรการดริปกาแฟที่มือใหม่ก็ทำตามได้ง่าย ๆ พร้อมเทคนิคและเคล็ดลับเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่จะทำให้กาแฟดริปแก้วนี้ของคุณเพอร์เฟกต์ขึ้น!

 

สูตรกาแฟดริป

 

สูตรกาแฟดริป 4:6 

สูตรกาแฟดริป 4:6 เป็นของคุณ Tetsu Kasuya แชมป์ขาวญี่ปุ่นคนแรกจาก World Brewers Cup 2016 ซึ่งเป็นวิธีชงกาแฟได้อร่อย โดย 40% ของน้ำแรกที่ดริปลงกาแฟจะเป็ยตัวควบคุมความหวานหรือเปรี้ยวของกาแฟ ส่วนอีก 60% ที่เหลือจะเป็นตัวควบคุมความเข้มข้นและบอดี้ของกาแฟ

ส่วนผสม

  • เมล็ดกาแฟคั่วบดระดับปานกลางหรือหยาบ 20 กรัม
  • น้ำ 300 มล. อุณหภูมิ 80 องศาเซลเซียส

วิธีทำ

  • นำกระดาษกรองกาแฟรองใส่ในดริปเปอร์
  • เทน้ำใส่กระดาษกรองให้ทั่วจนเปียกชุ่ม แล้วเทน้ำทิ้ง เพื่อลดกลิ่นกระดาษ
  • นำเมล็ดกาแฟที่เตรียมไว้ใส่ลงในดริปเปอร์
  • แบ่งเทน้ำประมาณ 50 มล. ผ่านเมล็ดกาแฟประมาณ 45 วินาที
  • เทน้ำรอบ 2 ประมาณ 70 มล. โดยใช้เวลา 45 วินาทีเท่าเดิม
  • เทน้ำรอบ 3 ประมาณ 60 มล. ให้ผ่านเมล็ดกาแฟ 40 วินาที
  • เทน้ำรอบ 4 ประมาณ 60 มล. ให้ผ่านเมล็ดกาแฟ 35 วินาที
  • เทน้ำที่เหลือ 60 มล. เป็นรอบสุดท้าย ให้ผ่านเมล็ดกาแฟในเวลา 45 วินาที
  • เมื่อเทน้ำหมดแล้วให้ยกดริปเปอร์อออก
  • เพียงเท่านี้ก็จะได้กาแฟดริปแสนอร่อย

เคล็ดลับ

  • ให้เทน้ำวนเหนือดริปเปอร์ช้า ๆ เบามือ ให้น้ำไหลผ่านเมล็ดกาแฟอย่างทั่วถึง
  • ถ้าอยากดึงรสเปรี้ยวจากเมล็ดกาแฟออกมามากขึ้น ให้ใช้น้ำรอบที่ 1 70 มล. และรอบที่ 2 50 มล.

 

สูตรกาแฟดริป 1:15 

สูตรนี้จะเป็นวิธีดริปกาแฟแบบเบื้องต้น ที่สามารถทำตามได้ง่าย ๆ โดยใช้กาแฟต่อน้ำในอัตราส่วน 1:15 นั่นเอง ซึ่งสามารถปรับเปลี่ยนสูตรความเข้มขมของกาแฟได้ตามใจชอบ เป็น 1:10, 1:16, 1:17 ได้เช่นกัน

ส่วนผสม

  • เมล็ดกาแฟคั่วบดระดับปานกลางหรือหยาบ 10 กรัม
  • น้ำ 150 มล. อุณหภูมิ 92-95 องศาเซลเซียส

วิธีทำ

  • นำกระดาษรองใส่ในดริปเปอร์
  • เทน้ำใส่กระดาษกรองให้ทั่วจนเปียกชุ่ม แล้วเทน้ำทิ้ง
  • นำเมล็ดกาแฟใส่ลงในดริปเปอร์
  • เทน้ำจากกาใส่ดริปเปอร์ ให้น้ำหนักอยู่ที่ 20 กรัม จากนั้นรอ 30 วินาที
  • เทน้ำแบบเดิมให้น้ำหนักอยู่ที่ 120 กรัม แล้วรอ 30 วินาที
  • เทน้ำอีกครั้งโดยให้น้ำหนักอยู่ที่ 200 กรัม เ
  • รอให้น้ำหยดจนหมด 
  • รินน้ำจากโถใส่แก้วกาแฟ พร้อมเสิร์ฟ

เคล็ดลับในการทำกาแฟดริป

  • การเทน้ำผ่านเมล็ดกาแฟให้เทเบา ๆ จากตรงกลาง แล้วจึงวนออกไปด้านนอก
  • เทน้ำให้เร็วในช่วง 1 นาทีแรก แล้วค่อย ๆ ลดความเร็วลง

 

อุปกรณ์ในการทำกาแฟดริป 

 

อุปกรณ์ในการทำกาแฟดริป

 

การชงกาแฟดริปดูทำได้ง่าย ใช้อุปกรณ์ไม่มาก และราคาไม่สูง เพียงแค่ต้องพิถีพิถัน และใช้เวลาในการชงกาแฟเพื่อให้ดึงรสชาติของเมล็ดกาแฟออกมาได้มากที่สุด อุปกรณ์ที่ใช้ทำกาแฟดริปหาซื้อได้ง่าย มีตั้งแต่ราคาหลักสิบ จนถึงหลักพันเลยทีเดียว มาดูอุปกรณ์ที่ต้องใช้กันเลย

 

1. ดริปเปอร์ (Dripper)

ดริปเปอร์คือ ถ้วยสำหรับรองแผ่นกรอง เป็นอุปกรณ์ชิ้นสำคัญในการชงกาแฟดริป ดริปเปอร์ทำจากพลาสติก แก้ว สแตนเลส หรือเซรามิก โดยมีทั้งหมด 4 รูปทรง ได้แก่ ดริปเปอร์ทรงกรวย ดริปเปอร์ทรงกรวยตัด ดริปเปอร์ทรงถ้วย และดริปเปอร์ทรง Origami 

ดริปเปอร์ที่ทำจากพลาสติกจะมีราคาไม่สูง และหาซื้อได้ง่าย ส่วนดริปเปอร์ที่ผลิตจากเซรามิกจะให้รสชาติกาแฟที่ดีกว่าแต่ก็มีราคาสูงกว่าด้วยเช่นกัน ซึ่งดริปเปอร์จะมีผลในการกักเก็บความร้อนจึงทำให้กาแฟที่ดริปออกมามีรสชาติต่างกัน

 

2. เครื่องบดกาแฟ

จะเลือกใช้เครื่องบดแบบไฟฟ้าหรือมือหมุนก็ได้ เพราะการชงกาแฟดริปจะใช้เมล็ดกาแฟแบบบดหยาบ ไม่ต้องละเอียดจนถึงเป็นผงแป้ง แต่เครื่องบดกาแฟก็เป็นอีกอุปกรณ์สำคัญสำหรับคนที่จะเริ่มต้นชงกาแฟดริป เพราะกาแฟที่บดสดใหม่ ๆ จะให้กลิ่นหอม และรสชาติดีกว่ากาแฟที่บดทิ้งไว้


3. กระดาษกรอง (Paper Filter)

กระดาษกรองหรือฟิลเตอร์ก็มีให้เลือกหลายรูปแบบ ควรเลือกกระดาษที่หนา และคำนึงถึงคุณภาพละความปลอดภัยในการใช้งาน โดยกระดาษกรองจะมีทั้งแบบฟอกขาว และไม่ฟอกขาว ซึ่งจะปลอดภัยในการใช้งานมากกว่า หากใช้กระดาษกรองแบบฟอกขาวก็ควรนำมาล้างด้วยน้ำร้อนให้ทั่วก่อนชง

 

4. โถแก้ว

ใช้สำหรับรองน้ำกาแฟจากดริปเปอร์ มีรูปทรงคล้ายเหยือกเพื่อให้เทใส่แก้วกาแฟเสิร์ฟได้ง่าย

 

5. กาน้ำร้อนสำหรับดริป

จะแตกต่างจากกาน้ำร้อนทั่วไปที่ขนาดของปากกา จะมีขนาดเล็กกว่า เพื่อให้ควบคุมปริมาณ และความเร็วของน้ำที่ไหลออกมาได้ง่าย และยังเก็บความร้อนได้ดี 

 

6. เครื่องชั่งน้ำหนักผงกาแฟ

เครื่องชั่งเป็นอีกปัจจัยที่สำคัญ เพราะปริมาณน้ำและเมล็ดกาแฟจะช่วยให้รสชาติดีขึ้น การใช้เครื่องชั่งน้ำหนัก จึงช่วยวัดปริมาณน้ำและเมล็ดกาแฟได้อย่างแม่นยำมากขึ้น

ปัจจุบันกาชงกาแฟดริปเป็นที่นิยม มีชุดอุปกรณ์สำหรับดริปกาแฟขายสำหรับมือใหม่อยู่มาก ทำให้สะดวกไม่ต้องหาซื้ออุปกรณ์ที่ละชิ้น หากต้องการดริปก็แฟก็สามารถหาซื้อชุดอุปกรณ์ดริปมาใช้ได้เลย

 


 

ทุกข้อสงสัยเกี่ยวกับกาแฟดริป

 

บาริสต้าดริปกาแฟ

 

1. กาแฟดริปเหมาะกับใคร

กาแฟดริปจะให้รสชาติที่บางเบากว่ากาแฟที่สกัดจากเครื่องชงเอสเปรสโซ่ เพราะเป็นการนำน้ำร้อนไหลผ่านเมล็ดกาแฟ โดยไม่ใช่แรงดัน จึงทำให้ไม่มีน้ำมันจากเมล็ดกาแฟออกมาด้วย จึงให้รสชาติที่บางเบาดื่มง่าย เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการชงกาแฟดื่มเองในวันสบาย ๆ หรือพกพาระหว่างการท่องเที่ยว เพราะใช้อุปกรณ์ไม่มาก รวมถึงมีอุปกรณ์ในราคาย่อมเยาอยู่มาก มีงบเพียงแค่หลักร้อยก็สามารถชงกาแฟดริปดื่มได้แล้ว

 

2. กาแฟดริป มีคาเฟอีนเยอะไหม

ถึงแม้กาแฟดริปจะมีรสชาติที่เบากว่ากาแฟที่ชงจากเครื่องเอสเปรสโซ่ ส่วนปริมาณคาเฟอีนนั้นไม่แตกต่างกัน เพราะปริมาณคาเฟอีนจะขึ้นอยู่ปริมาณกาแฟที่ใช้มากกว่า 

หากต้องการชงกาแฟสดดื่มเองที่บ้าน การชงกาแฟดริปก็เป็นทางเลือกที่ดี เพราะใช้งบประมาณไม่มาก อุปกรณ์หาซื้อได้ง่าย และอุปกรณ์บางอย่างก็สามารถประยุกต์ใช้จากสิ่งที่มีอยู่แล้วได้เลย

 

3. กาแฟดริป ใช้กาแฟอะไร

การชงกาแฟดริปให้อร่อย ควรใช้เมล็ดกาแฟอาราบิก้า (Arabica 100%) เพราะจะมีความหอม รสชาติอร่อย กลมกล่อมและนุ่มนวลกว่ากาแฟโรบัสต้า แต่หากอยากนำกาแฟที่ได้ไปปรุงเป็นเมนูอื่น หรือต้องการความเข้มของกาแฟเพิ่มขึ้นก็สามารถผสมกาแฟโรบัสต้าเข้าไปได้ด้วย


4. กาแฟดริป ต้องเป็นกาแฟคั่วระดับไหน

เมล็ดกาแฟที่นำมาดริปควรเป็นกาแฟในระดับคั่วอ่อนถึงกลาง เพื่อให้ความหอมเข้มข้นในระดับพอดี ไม่เข้มขมจนเกินไป และระดับการบดควรเป็นการบดหยาบ ขนาดประมาณน้ำตาลทราย หรือ Medium grind ไม่ละเอียดเป็นแป้ง เพื่อให้น้ำร้อนไหลผ่านได้ดีโดยไม่ต้องใช้แรงดันสูง

 

5. ประโยชน์ของกาแฟดริป

หากเราดื่มกาแฟดริปแบบกาแฟดำหรืออเมริกาโน่ ก็จะได้ประโยชน์จากเมล็ดกาแฟอย่างเต็มที่ ทั้งในการช่วยลดน้ำหนัก ช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญไขมันในร่างกาย และยังช่วยขับน้ำส่วนเกินออกจากร่างกายอีกด้วย

นอกจากนั้นยังช่วยกำจัดไขมันในหลอดเลือด ขับของเสียออกทางปัสสาวะ และลดความเสี่ยงในการโรคเบาหวานอีกด้วย เพราะกาแฟดำมีฤทธิ์ที่จะช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเส้นเลือด และช่วยสร้างอินซูลินในร่างกาย รวมถึงมีวิตามินและแร่ธาตุต่าง ๆ มากมาย ดังนั้นการดื่มกาแฟดริปแบบกาแฟดำจึงทำให้รับสารอาหารเหล่านี้ได้อย่างเต็มที่ หากเติมน้ำตาล นม หรือเครื่องปรุงแต่งอื่น ๆ ก็จะทำให้ได้รับสารอาหารที่เกินจำเป็นได้

 

6. กาแฟดริปแบบคลาสสิก VS กาแฟดริปสำเร็จรูป

กาแฟดริปแบบคลาสสิก : กาแฟดริป แบบนี้คือการชงแบบ Pour Over ที่ต้องมีอุปกรณ์ครบชุดทั้งดริปเปอร์ กระดาษกรอง และกาน้ำร้อน ข้อดีคือสามารถปรับรสชาติ กลิ่น และความเข้มของกาแฟได้ตามใจ ถ้าเป็นคนชอบความพิถีพิถัน และมีเวลา กาแฟดริปแบบคลาสสิกคือที่สุด!

กาแฟดริปสำเร็จรูป : กาแฟดริปสำเร็จรูป (Drip Bag) คือผงกาแฟบดสำเร็จรูปที่มีหูเกี่ยวแก้วพร้อมชง ข้อดีคือ ง่ายมาก พกไปไหนก็ได้ แค่มีแก้วกับน้ำร้อนก็ชงได้แล้ว ไม่ต้องง้ออุปกรณ์เยอะแยะ รสชาติจะปรับแต่งได้น้อยกว่าแบบคลาสสิก แต่ก็ยังอร่อยคงคอนเซ็ปต์รสชาติกาแฟดริป เหมาะกับคนไม่มีเวลา และต้องการความรวดเร็ว

หัวข้อเปรียบเทียบ

กาแฟดริปแบบคลาสสิก (Pour Over)

กาแฟดริปสำเร็จรูป

 (Drip Bag)

อุปกรณ์ที่ต้องใช้

ครบเซ็ต ทั้งดริปเปอร์ กระดาษกรอง กาน้ำร้อน

ใช้เพียงแก้วและน้ำร้อน ก็ชงได้เลย

รูปแบบการชง

ชงแบบ Pour Over ต้องใช้อุปกรณ์ เช่น ดริปเปอร์ กระดาษกรอง และกาน้ำร้อน

เป็นกาแฟดริป แบบซองสำเร็จรูป มีหูเกี่ยวแก้ว พร้อมชงได้ทันที

ความยาก-ง่าย

ต้องมีเทคนิค ต้องฝึกมีการมือหน่อย

ง่ายสุด ๆ ฉีกซองแขวนใส่แก้วรินน้ำ

ความสะดวก

เหมาะกับการชงที่บ้านหรือคาเฟ่ ต้องใช้เวลาและความใส่ใจ

สะดวก พกง่าย ชงได้ทุกที่ ไม่ต้องพกอุปกรณ์หลายชิ้น

ระยะเวลาในการชง 

ใช้เวลามากกว่า เพราะมีขั้นตอนในการเตรียมและดริป

ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที เหมาะกับวันรีบ ๆ 

เหมาะกับใคร 

คนที่ชอบความพิถีพิถัน ในการชงกาแฟ

คนที่ต้องการความรวดเร็ว ชอบความสะดวก หรืออยากดื่มกาแฟดริปด้ทุกที่ 


7. กาแฟดริป มีดริปกาแฟเย็นไหม 

การดริปกาแฟเย็น มีแน่นอน แต่อาจจะไม่ค่อยได้เห็น เพียงแค่เราลดปริมาณน้ำร้อนลง และใส่น้ำแข็งในโถแก้วแทน แล้วดริปกาแฟลงบนน้ำแข็งตามขั้นตอนปกติ ความร้อนจะค่อย ๆ ละลายน้ำแข็งจนได้กาแฟเย็นในอุณหภูมิที่พอดี จะได้กาแฟที่มีกลิ่น และรสชาติเข้มข้นของกาแฟดริปอยู่ครบ ใครชอบกาแฟดริปแต่อยากได้แบบเย็นชื่นใจ ลองสูตรนี้ได้เลย 

 

เปลี่ยนเช้าแสนธรรมดาให้พิเศษ ด้วยกลิ่นหอมกาแฟดริปจาก Beno

กาแฟดริปเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์คนที่เบื่อกาแฟสำเร็จรูปรสชาติไม่ถูกใจ หรือกาแฟร้านที่ราคาแพงและบางครั้งก็ไม่ตรงกับความชอบส่วนตัว ด้วยอุปกรณ์ที่ไม่ยุ่งยากและหาซื้อได้ง่าย แม้กระทั่งของใช้ในบ้านบางชิ้นก็สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ ทำเองที่บ้านได้สะดวกสบาย ให้ได้สัมผัสกาแฟสดที่รสชาติละมุน หอมกรุ่น ตามแบบเมล็ดกาแฟที่เลือกอย่างแท้จริง ยิ่งในสมัยนี้ การเริ่มต้นกับกาแฟดริปยิ่งง่ายขึ้นไปอีก เพราะแทบไม่ต้องมีอุปกรณ์อะไรมากมาย เพียงแค่มี ‘ถุงดริปกาแฟ’ ติดบ้านไว้ ชีวิตก็ง่ายขึ้นอีกระดับ ส่วนใครที่อยากประหยัดเวลา แต่ยังคงได้กาแฟคุณภาพสูง แนะนำ เครื่องชงกาแฟ PRO-FLEX จากแบรนด์ BENO ที่จะเข้ามาช่วยเพิ่มความรวดเร็ว โดยยังคงรสชาติกาแฟชั้นเยี่ยมไว้ครบถ้วน ซื้อสินค้าใดตอนนี้ไม่ว่าจะเป็นถุงดริปกาแฟ หรืออุปกรณ์อื่น ๆ จากแบรนด์ BENO อย่าลืมใส่โค้ดส่วนลด BENOA200 ลดเต็ม ๆ 200 บาท ไม่มีขั้นต่ำ! ที่ Shopee Thailand

 

การชงกาแฟ