ลาเต้อาร์ต

ลาเต้อาร์ต ศิลปะฟองนม ลวดลายที่เปลี่ยนกาแฟธรรมดา ให้กลายเป็นงานพรีเมียมทุกในแก้ว

Jan 23, 2026Beno smartliving

เสน่ห์ของกาแฟไม่ได้มีแค่รสชาติ หรือกลิ่นหอมอย่างเดียว แต่การนำเสนอคือสิ่งที่ทำให้กาแฟแก้วนั้นพิเศษขึ้นไปอีกขั้น และเจ้าสิ่งที่ทำให้ลาเต้ธรรมดา ๆ กลายเป็นอีกหนึ่งงานศิลปะที่ดึงดูดสายตา ทำให้คนอยากถ่ายรูป และโพสต์ลงโซเชียล ก็คือ ลาเต้อาร์ตนี่แหละ! ลวดลายบนฟองนมสามารถเปรียบได้ว่าเป็นลายเซ็นของบาริสต้าแต่ละคนเลยนะ และการได้เห็นลาเต้อาร์ตลายสวย ๆ บนกาแฟแก้วโปรด มันเป็นโมเมนต์ที่ทำให้เรารู้สึกดีไปอีกแบบ และวันนี้เราจะพาทุกคนไปเจาะลึกในทุกมิติของลาเต้อาร์ต ตั้งแต่จุดเริ่มต้น มีเทคนิคอะไรที่น่าสนใจบ้าง ที่ช่วยให้กาแฟแก้วหนึ่งนั้นดึงดูดลูกค้าได้

 

ลาเต้อาร์ต คืออะไร

ลาเต้อาร์ต (Latte art) เกิดจากส่วนผสมของฟองนมที่มีอุณหภูมิพอเหมาะกับช็อตเอสเพรสโซ แล้วนำมาเทหรือวาดเป็นลวดลายต่าง ๆ ตามจินตนาการของบาริสต้า ซึ่งต้องอาศัยความพิถีพิถัน และความชำนาญ บาริสต้าต้องฝึกเทฟองนม ควบคุมข้อมือและจับจังหวะในการเทเพื่อให้ได้ลวดลายที่ต้องการ ซึ่งกว่าจะได้แต่ละลายก็ไม่ง่ายเลย ต้องอาศัยทั้งความชำนาญ การควบคุมข้อมือ จังหวะการเท และการกะฟองนมให้พอดี เพราะฉะนั้นลาเต้อาร์ต ถือเป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ที่ทำให้การดื่มกาแฟหนึ่งแก้วมีความพิเศษมากขึ้นกว่าเดิม


ต้นกำเนิดของลาเต้อาร์ต 

ลาเต้อาร์ตมีต้นกำเนิดจากประเทศสหรัฐอเมริกา เมืองซีแอตเทิล ที่ร้านกาแฟของเดวิด โชเมอร์ ชื่อร้าน Espresso Vivace เดวิดเป็นบาริสต้าที่มีความสนใจงานศิลปะ และพยายามหาจุดขายให้กับกาแฟ จึงได้เริ่มทำลาเต้อาร์ตบนกาแฟของเขาเพื่อให้คอกาแฟประทับใจ โดยลาเต้อาร์ตลายแรกที่ทำขึ้นคือรูปหัวใจ และต่อมาบาริสต้าอีกหลายคนก็พัฒนาวาดลวดลายที่หลากหลายขึ้น จนปัจจุบันมีเวทีแข่งขันลาเต้อาร์ตทั้งระดับประเทศและระดับโลกหลายรายการด้วยกัน ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญที่เหล่าบาริสต้าต่างให้ความสำคัญ

 

อยากทำลาเต้อาร์ต ต้องรู้อะไรบ้าง 

 

อยากทำลาเต้อาร์ต ต้องรู้อะไรบ้าง 

 

การทำลาเต้อาร์ตต้องอาศัยการฝึกฝนจนชำนาญ โดยการทำลาเต้อาร์ตจะมี 2 วิธีหลัก ๆ ที่บาริสต้าทั่วโลกใช้กันนั่นคือ Etching และ Free Pour 

1. Etching : คือการสร้างลวดลายลาเต้อาร์ตด้วยวิธีการวาด โดยใช้เครื่องมือช่วยอย่างอุปกรณ์ปลายแหลม เช่น ไม้จิ้มฟัน เข็ม หรือปากกาวาดลาย โดยเริ่มจากการที่บาริสต้าจะเทฟองนมลงบนผิวหน้ากาแฟก่อน จากนั้นใช้เครื่องมือปลายแหลมแตะที่ผิวหน้ากาแฟ แล้วลาก ขีด หรือแกะลวดลายตามที่ต้องการ เช่น รูปตัวการ์ตูน รูปสัตว์ ถือว่าเป็นวิธีที่ง่ายแต่ต้องใช้เวลาวาดนาน 

2. Free Pour : คือเทคนิคลาเต้อาร์ตคลาสสิกที่บาริสต้าต้องอาศัยทักษะ และความแม่นยำในการควบคุมเหยือกเทนม โดยที่บาริสต้าจะควบคุมการเทฟองนมที่สตรีมมา ลงบนช็อตเอสเปรสโซ่ โดยใช้การเคลื่อนไหวของข้อมือ การยก-ลดระดับเหยือก และการกำหนดทิศทางการเทนมเป็นตัวกำหนดให้เกิดลวดลายขึ้นมา ลวดลายที่เห็นบ่อยเช่น หัวใจ ใบไม้ หรือหงส์

และการที่จะทำลาเต้อาร์ตให้ออกมาดีได้จะต้องมีปัจจัยสำคัญดังต่อไปนี้


วิธีทำลาเต้อาร์ต

 

คุณภาพของฟองนม 

หัวใจของลาเต้อาร์ต คือฟองนม ฟองที่ดีต้องเนียนละเอียด มีขนาดเท่ากัน และเงาวาว ไม่มีฟองอากาศเม็ดใหญ่ และมีอุณหภูมิประมาณ 55–65 องศาเซลเซียส ไม่ควรเกิน 70 องศาเซลเซียส ถ้านมร้อนเกินไป ฟองจะแตกและไม่สามารถคุมลายได้ แต่ถ้านมเย็นเกินไป ฟองจะหนาและลอย ไม่สมูธรวมกันกับกาแฟ 

1. ความคมชัดของลวดลาย

อีกหนึ่งเสน่ห์ของลาเต้อาร์ต คือความคมชัด ลาเต้อาร์ตที่สวยไม่จำเป็นต้องเป็นลายยาก ๆ เสมอไป แต่ควรเป็นลายเส้นที่ชัดเจน สีขาวของฟองนมตัดกับสีน้ำตาลของกาแฟ ไม่เบลอ หรือฟุ้งกระจายจนกลายเป็นก้อนสีขาว ความคมของลายเกิดจากจังหวะการเท ระยะห่างของเหยือก และความนิ่งของมือ ซึ่งยิ่งฝึกบ่อย ก็ยิ่งควบคุมได้ดีขึ้น

2. ความสมดุลของลวดลาย

ลาเต้อาร์ต ที่ดูสวยไม่ได้ขึ้นอยู่แค่ลายอย่างเดียว แต่ตำแหน่งของลายก็สำคัญมาก ลายควรอยู่ตรงกลางถ้วย ไม่เอียง ไม่เล็กหรือใหญ่เกินไป มีขนาดที่พอเหมาะกับพื้นที่ จะช่วยให้ภาพรวมดูบาลานซ์และน่ามองมากขึ้น ทิศทางของลาย ควรให้ตั้งฉากกับหูแก้ว เพื่อให้เวลายกดื่มจะเห็นลดลายที่ชัดเจน

3. คุณภาพของเอสเปรสโซ่

ถ้าช็อตเอสเปรสโซไม่ดี บอกเลยว่าลาเต้อาร์ตสวยยากมาก ดังนั้นช็อตกาแฟควรมีครีม่าเนียนละเอียดสีสวย ไม่แตก ไม่บางจนเกินไป เพราะครีม่านี่เองทำหน้าที่เป็นพื้นผิวที่รองรับลวดลาย หากช็อตกาแฟมีคุณภาพดี ลายที่ออกมาก็จะคม ดูมีมิติ และที่สำคัญกาแฟควรอยู่ในอุณหภูมิที่เหมาะสมเพราะเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อรสชาติ บาริสต้าต้องใช้เวลาในการวาดลาเต้อาร์ตให้น้อยที่สุด

 

รวมช่อง Youtube สำหรับเรียนลาเต้อาร์ตด้วยตัวเอง

ใน Youtube มีช่องมากมายที่สอนวิธีการทำลาเต้อาร์ตตั้งแต่ลายง่าย ๆ พื้นฐานอย่างรูปหัวใจ รูปดอกไม้ ไปจนถึงลดลายที่ต้องใช้เทคนิคชั้นสูง เช่น ลายที่เพิ่มริ้วเป็นชั้นด้านใน หรือลวดลายใหม่ ๆ ตามที่บาริสต้าแต่ละคนสร้างสรรค์ขึ้น วันนี้จึงนำช่อง Youtube สำหรับเรียนทำลาเต้อาร์ตด้วยตัวเองมาฝากกัน

 

เรียนลาเต้อาร์ตด้วยตัวเอง

 

1. Bon Cafe

ช่อง Youtube ของ Bon cafe ซึ่งมีการสอนทำลายลาเต้อาร์ตตั้งแต่ระดับเริ่มต้น ไปจนถึงเทคนิคและการใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ทาง Bon มีจำหน่าย

2. CoffeeMonster 김영진 바리스타

เป็นช่อง Youtube ของบาริสต้าหนุ่มชาวเกาหลี ซึ่งในช่อง Youtube จะโชว์วิธีการทำลาเต้อาร์ตเป็นลวดลายแบบต่าง ๆ มากมาย สามารถเปิดคลิปแล้วฝึกทำตามได้เลย

3. BaristaKim

รวมวิธีทำลาเต้อาร์ตมากมาย พร้อมบอกเทคนิกในการสร้างลวดลาย ซึ่งมีทั้งลายที่ใช้เทคนิค Free pour, Ethching และแบบผสมผสาน

4. European Coffee Trip

Ales และ Radek สองหนุ่มชาวเช็กที่ชื่นชอบกาแฟ จึงถ่ายทำคลิปไปเยี่ยมชมร้านกาแฟในยุโรป ในช่องนี้ มีทั้งคำแนะนำเกี่ยวกับกาแฟ เคล็ดลับและเทคนิคในการชงกาแฟให้อร่อย รวมถึงวิธีการทำลาเต้อาร์ตตั้งแต่การเริ่มสตีมนมให้เหมาะสมกับการทำลาเต้อาร์ต วิธีเท และเทคนิคในการฝึกด้วย

5. Morgandrinkscoffee

ช่อง Youtube ของ Morgan บาริสต้าสาวเจ้าของรางวัล US Barista Champion ปี 2022 มีคลิปสอนทำลาเต้อาร์ตอยู่หลายคลิปด้วยกัน โดยคลิปที่ได้รับความนิยมมีคนดูมากถึง 1 ล้านครั้ง เป็นคลิปที่สอนทำลาเต้อาร์ตเป็นรูปหัวใจ ทิวลิป และหงส์ นอกจากนั้นยังมีคลิปที่สอนทำลวดลายอื่น ๆ รวมถึงวิธีการฝึกลาเต้อาร์ตที่บ้านอีกด้วย

6. Seven Miles Coffee Roasters

ช่อง Youtube ของโรงคั่วกาแฟในประเทศออสเตรเลีย ที่มีการสอนทำลาเต้อาร์ตแบบ Step by step เรียกได้ว่าดูแล้วทำตามได้เลยเหมือนมีบาริสต้ามืออาชีพมาจับมือสอนที่บ้าน

 

เครื่องชงกาแฟเอสเปรสโซ่ ที่มีก้านสตีมนม

 

เครื่องชงกาแฟ Beno รุ่น DOPPIO

 

เครื่องชงที่ดีควรมีแรงดันไอน้ำที่สม่ำเสมอ และเพียงพอต่อการสตีมนมให้เกิด Microfoam ที่เนียนนุ่ม ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของลาเต้อาร์ต แบบ Free Pour อย่างเครื่องชงกาแฟ Beno รุ่น DOPPIO ถือว่าตอบโจทย์มาก เพราะตีฟองง่าย ใช้เวลาไม่นาน ฟองเนียนละเอียด คุมรูปทรงได้ดี มือใหม่ก็ฝึกลาเต้อาร์ตได้สบาย

1. เครื่องตีฟองนม

สำหรับมือใหม่หากยังไม่มีเครื่องชงใหญ่ อาจเริ่มต้นด้วยเครื่องตีฟองนมไฟฟ้า หรืออุปกรณ์ทำฟองนมอื่น ๆ เพื่อฝึกฝนการเทแบบ Etching ก่อนได้

2. เหยือกตีฟองนม 

ส่วนใหญ่มักทำจากสแตนเลสสตีล ซึ่งนำความร้อนได้ดี ช่วยให้ควบคุมอุณหภูมิของนมได้ง่าย โดยจะมีรูปทรงของปากเหยือกอยู่ 2 แบบ คือ 

  • ปากแหลม : เหมาะสำหรับลายลาเต้อาร์ตที่ต้องการรายละเอียดสูง เช่น ลายโรเซ็ตต้า
  • ปากกว้าง : เหมาะสำหรับลายพื้นฐาน เช่น หัวใจ หรือลายที่ต้องการพื้นที่เทกว้าง

3. ถ้วยกาแฟ

การเลือกแก้วที่ถูกต้องจะช่วยให้การเทลาเต้อาร์ตง่ายขึ้น แก้วทรงทิวลิป หรือแก้วที่มีก้นกลมมนจะช่วยให้ครีม่าและนมผสมกันได้ดี ทำให้ลายขึ้นรูปง่าย

4. ปากกาวาดลาย

สำหรับลาเต้อาร์ต แบบ Etching Art จะใช้ปากกาวาดลาย ที่มีลักษณะเป็นแท่งแหลมคล้ายไม้จิ้มฟัน วาด ตกแต่งรายละเอียดเพิ่มเติม หรือเขี่ยลายบนฟองนมที่เทเสร็จแล้ว 

5. ช็อตเอสเปรสโซ่ 

ช็อตเอสเปรสโซ่ที่ดีควรมีครีม่า ที่มีความเข้มข้นและหนาแน่น จะช่วยให้นมที่เทลงไปไม่จมและสามารถสร้างลวดลายได้

6. นมสด

นมคืออีกหนึ่งวัตถุดิบที่สำคัญในการทำลาเต้อาร์ต ควรเลือกใช้นมไขมันเต็ม (Full Fat) หรือ นมสูตรบาริสต้า (Barista Edition) เพราะโปรตีนมีส่วนช่วยในการสร้างฟองนมที่เนียนนุ่ม และคงตัว แต่ปัจจุบันก็มีตัวเลือกนมทางเลือกอย่างนมโอ๊ต นมอัลมอนด์ ที่มีสูตรสำหรับทำลาเต้อาร์ตโดยเฉพาะ 

 

เทคนิคการทำลาเต้อาร์ต สำหรับมือใหม่

  • สตีมนมให้ได้อุณหภูมิประมาณ 55–65 องศาเซลเซียส ฟองนมควรเป็นแบบ microfoam คือเนียน ละเอียด เงา ช่วยให้ลวดลายคมชัด ไม่แตก และดูสวยงาม

  • ก่อนเริ่มวาดลาย ควรเทนมจากระดับสูงเล็กน้อยเพื่อให้นมผสมกับกาแฟ ขั้นตอนนี้จะช่วยปรับสีของกาแฟให้สม่ำเสมอ และเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับการสร้างลวดลายลาเต้อาร์ตในขั้นต่อไป

  • เมื่อกาแฟกับนมเริ่มเข้ากันแล้ว ให้ลดปากเหยือกเข้าใกล้ผิวกาแฟมากขึ้น จากนั้นค่อย ๆ เทนมพร้อมขยับข้อมือเพื่อวาดลวดลาย พร้อมกับควบคุมความเร็ว และน้ำหนักมือให้สม่ำเสมอ

  • ลาเต้อาร์ต เป็นทักษะที่ต้องอาศัยความเคยชินของมือและสายตา สำหรับมือใหม่ แนะนำให้เริ่มจากลายง่าย ๆ ก่อน ยิ่งฝึกบ่อยเท่าไร การควบคุมฟองนม และการเทวาดลวดลายจะนิ่งขึ้น ได้ลายตามที่ใจต้องการ

 

สร้างสรรค์ลาเต้อาร์ตระดับคาเฟ่ด้วยเครื่องชงกาแฟ Beno ฟองนมเนียนแบบมือโปร

ลาเต้อาร์ต เปรียบเหมือนศิลปะเล็ก ๆ บนแก้วกาแฟ ที่บอกเลยว่าไม่ได้ทำง่าย ๆ ต้องอาศัยเทคนิค การฝึกฝน และที่สำคัญคือการมีเครื่องชงกาแฟคุณภาพดีที่สามารถให้สตีมนมที่เนียนละเอียด และได้ฟองนมที่เหมาะสม สำหรับใครอยากเริ่ม Beno มี 2 รุ่นขายดีที่ไม่ควรพลาดอย่าง DOPPIO เครื่องชงกาแฟมินิมอลที่มีก้านสตีมนมมาให้ในตัว หรือ BN3 MILK Touch เครื่องชงกาแฟอัตโนมัติที่มาพร้อมฟีเจอร์ตีฟองนม นอกจากนี้ Beno ยังมีเมล็ดกาแฟ เครื่องบด และอุปกรณ์เสริมอีกเพียบ อย่าลืมช้อปที่ Shopee Thailand ใช้โค้ด BENOA200 รับส่วนลด 200 บาทด้วยนะ ของดีแบบนี้ไม่ลองไม่ได้แล้ว

 

เครื่องทำกาแฟ


More articles