กาแฟโบราณสไตล์ไทยแท้

แจกสูตรกาแฟโบราณรสเด็ด ชงยังไงให้อร่อยเหมือนร้านทำ

Mar 30, 2026Beno smartliving

เครื่องดื่มที่อยู่คู่คนไทยมานานต้องยกให้ กาแฟโบราณ เป็นเมนูที่หลายคนน่าจะคุ้นเคยกันดี ตั้งแต่สมัยร้านรถเข็นริมทางไปจนถึงร้านกาแฟในปัจจุบัน จุดเด่นของกาแฟโบราณก็คือกลิ่นหอมเข้ม ๆ รสชาติหวานมัน เย็นชื่นใจ ดื่มง่ายและถูกปากคนไทย แถมยังมีให้เลือกหลายเมนู ไม่ว่าจะเป็นโอเลี้ยง หรือยกล้อ ที่แต่ละแก้วก็มีรสชาติ และวิธีชงต่างกันไป และวันนี้เราได้รวบรวมสูตรกาแฟโบราณถึง 7 สูตร มาให้ลองทำตามกันแบบง่าย ๆ พร้อมบอกว่าแต่ละเมนูเรียกว่าอะไร ใช้อะไรเป็นส่วนผสมบ้าง รวมถึงไขข้อสงสัยที่หลายคนอยากรู้ว่า กาแฟโบราณแตกต่างกับกาแฟสดยังไง อ่านจบแล้วจะได้รู้จักกาแฟโบราณมากขึ้นแน่นอน!

 

กาแฟโบราณ คืออะไร?

กาแฟโบราณคือเมล็ดกาแฟที่นำมาคั่วผสมกับธัญพืชชนิดต่าง ๆ ซึ่งจะแตกต่างกันไปในแต่ละภูมิภาค ในประเทศไทยนิยมใช้ ข้าวโพด ข้าวกล้อง ถั่วเหลือง งา เม็ดมะขาม และเครื่องปรุง เช่น เกลือ น้ำตาล คั่วรวมกับเมล็ดกาแฟ ทำให้ได้กาแฟที่มีกลิ่นหอมเฉพาะ และมีรสชาติอร่อย ทั้งกลิ่นหอมเข้มที่เป็นเอกลักษณ์ รสชาติหวานมัน ดื่มง่าย นอกจากนี้ กาแฟโบราณยังเป็นเครื่องดื่มที่อยู่คู่คนไทยมานาน เห็นได้ตั้งแต่ร้านรถเข็นตอนเช้าไปจนถึงร้านกาแฟแบบดั้งเดิม ทำให้ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปี กาแฟโบราณก็ยังเป็นเมนูโปรดของใครหลายคนอยู่ดี

 

ต้นกำเนิดกาแฟโบราณ

กาแฟโบราณไม่ได้มีแค่ในเมืองไทยเท่านั้น ในต่างประเทศเองก็มีกาแฟโบราณเหมือนกัน แต่อาจให้กลิ่นหรือรสที่แตกต่างจากกาแฟโบราณในไทย และมีวิธีการชงที่แตกต่างกัน

โดยจุดกำเนิดของกาแฟโบราณเริ่มในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เมล็ดกาแฟซึ่งเป็นสินค้าเศรษฐกิจที่สำคัญในตลาดโลก มีราคาสูงและเริ่มขาดแคลน พ่อค้าแม่ค้าจึงต้องปรับตัวเพื่อลดต้นทุน โดยใส่ธัญพืชลงไปคั่วรวมกับเมล็ดกาแฟ ซึ่งธัญพืชที่นำมาใช้มีหลากหลายตามที่แต่ละภูมิภาคจะมหาได้ และมีผู้พยายามคิดค้นการใส่วัตถุดิบอื่นลงไป เพื่อทำให้ได้รสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ หรือลดคาเฟอีนในกาแฟ

นประเทศไทยก็มีการคั่วเมล็ดกาแฟโดยผสมกับธัญพืชต่าง ๆ ที่เป็นที่นิยมคือเม็ดมะขาม เนื่องจากราคาไม่แพง ทำให้กาแฟมีรสเปรี้ยวของเม็ดมะขามผสมอยู่ด้วย จนทำให้เกิดเป็นเอกลักษณ์ของกาแฟโบราณที่มีกลิ่นหอมเฉพาะ และกลายมาเป็นเมนูยอดฮิตต่อมา 

 

5 อุปกรณ์ชงกาแฟโบราณ ที่ขาดไม่ได้

1. ถุงกรองกาแฟ

ถุงกรองกาแฟ ถือว่าเป็นอุปกรณ์ตัวหลักที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับการชง กาแฟโบราณ เพราะเป็นตัวช่วยกรองกากกาแฟออก ถุงกรองส่วนใหญ่จะทำจากผ้าฝ้ายหรือผ้าดิบ เวลาเลือกซื้อควรเลือกแบบที่เนื้อผ้าไม่บางหรือหนาเกินไป และหลังใช้งานควรล้างให้สะอาดทุกครั้ง เพราะถ้าปล่อยให้มีกลิ่นอับ อาจทำให้รสชาติของกาแฟโบราณ แก้วต่อไปไม่หอมเหมือนเดิมได้

2. เหยือกสแตนเลส หรือกระป๋องชงสแตนเลส

เหยือกสแตนเลส หรือกระป๋องชงสแตนเลส เป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์ที่เห็นได้บ่อย ตามร้านกาแฟโบราณ ใช้สำหรับการชักกาแฟ คือการเทสลับไปมา จุดเด่นของสแตนเลสคือทนความร้อนได้ดี ไม่แตกง่าย และยังช่วยเก็บความร้อนได้นาน ทำให้เหมาะกับการชงกาแฟที่ต้องใช้น้ำร้อนจัด แถมยังล้างทำความสะอาดง่าย ใช้ได้นาน

3. หม้อต้มน้ำ หรือกาต้มน้ำ

สำหรับกาแฟโบราณ เราต้องการน้ำที่เดือดจัดเพื่อสกัดกลิ่นหอม และรสชาติของผงกาแฟออกมาได้ดี ถ้าน้ำไม่ร้อนพอ กาแฟที่ได้อาจจะออกมาอ่อนและไม่หอมเท่าที่ควร สำหรับใครที่ชงดื่มเองที่บ้าน หม้อต้มน้ำธรรมดาก็ใช้งานได้สบาย แต่ถ้าอยากได้ความสะดวกมากขึ้น กาต้มน้ำไฟฟ้าก็ช่วยให้ต้มน้ำได้เร็ว และทำให้การชงกาแฟโบราณ ง่ายขึ้นเยอะ

4. แก้วตวง 

แก้วตวง เป็นตัวช่วยเล็ก ๆ ที่ทำให้การชงกาแฟโบราณ ออกมารสชาติเป๊ะขึ้น เพราะการกะปริมาณน้ำกาแฟ น้ำตาล หรือนมให้พอดี มีผลต่อรสชาติค่อนข้างมาก ถ้าใส่เยอะไปก็หวานเกิน ใส่น้อยไปก็อาจไม่กลมกล่อม การใช้แก้วตวงจึงช่วยให้ชงกาแฟได้รสชาติใกล้เคียงเดิมทุกครั้ง

5. ช้อนคนด้ามยาว

ช้อนคนด้ามยาว เป็นอุปกรณ์เล็กๆ ที่หลายคนอาจมองข้าม แต่จริงๆ แล้วสำคัญมาก เพราะเอาไว้สำหรับคนส่วนผสมอย่างน้ำตาล นมข้น หรือนมให้ละลายเข้ากันดี ช้อนด้ามยาวจะช่วยให้คนในแก้วหรือเหยือกทรงสูงได้สะดวก ส่วนผสมไม่ตกตะกอนอยู่ด้านล่าง

 

กาแฟโบราณแตกต่างจากกาแฟสดอย่างไร?

 

กาแฟไทยแท้

 

กาแฟโบราณและกาแฟสดนั้นมีจุดเด่นและกระบวนการผลิตที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง โดยกาแฟโบราณมักใช้ผงกาแฟคั่วเข้มที่ผสมกับธัญพืชต่าง ๆ เช่น ข้าวโพด เม็ดมะขาม ซึ่งให้รสชาติเข้มข้น หอมกลิ่นไหม้ และมีความหวานมันเป็นเอกลักษณ์ ขณะที่กาแฟสดจะใช้เมล็ดกาแฟคั่วสดใหม่ที่คัดสรรมาเป็นพิเศษ ชงด้วยเครื่องชงกาแฟเฉพาะ เพื่อให้ได้รสชาติที่หลากหลายและซับซ้อนกว่า นอกจากนี้ กระบวนการคั่วของกาแฟทั้งสองชนิดก็แตกต่างกัน โดยกาแฟโบราณมักคั่วเข้มเพื่อให้ได้รสชาติที่เข้มข้นและกลิ่นหอมที่โดดเด่น ขณะที่กาแฟสดนั้นมีการควบคุมระดับการคั่วที่หลากหลาย เพื่อให้ได้รสชาติที่แตกต่างกันไปตามสายพันธุ์และโปรไฟล์รสชาติที่ต้องการ นอกจากนี้ การชงกาแฟโบราณก็ค่อนข้างง่าย เพียงแค่ละลายผงกาแฟในน้ำร้อน แต่การชงกาแฟสดนั้นมีความซับซ้อนมากกว่า เนื่องจากต้องคำนึงถึงปัจจัยต่าง ๆ เช่น อุณหภูมิน้ำ ขนาดปริมาณกาแฟ และเวลาในการชง เพื่อให้ได้รสชาติที่สมบูรณ์แบบ ดังนั้น การเข้าใจความแตกต่างเหล่านี้ จะช่วยให้บาริสต้าสามารถเลือกใช้กาแฟที่เหมาะสมกับความต้องการของลูกค้า และสามารถอธิบายถึงความแตกต่างของรสชาติและกลิ่นอายของกาแฟทั้งสองชนิดได้อย่างชัดเจน

 

กาแฟโบราณต่างจากอเมริกาโน่ยังไง 

กาแฟโบราณ หากชงแบบกาแฟดำ คือไม่ผสมเครื่องปรุงรสอื่นใด มีเพียงน้ำและกาแฟเท่านั้น ก็จะใกล้เคียงกับอเมริกาโน ซึ่งกาแฟโบราณจะเลี้ยงว่า “โอเลี้ยง” แต่โอเลี้ยงกับอเมริกาโนก็มีความแตกต่างกัน คือ โอเลี้ยงหรือกาแฟโบราณเมล็ดกาแฟจะถูกคั่วรวมกับธัญพืชและมีการปรุงรสด้วย เกลือ หรือ น้ำตาล ในระหว่างการคั่ว ซึ่งจะให้กลิ่นเฉพาะตัวที่แตกต่างจากอเมริกาโนที่เป็นเมล็ดกาแฟคั่วโดยไม่ใส่ธัญพืช ดังนั้นกาแฟโบราณจะแตกต่างจากกาแฟสดอื่น ๆ หรืออเมริกาโน่ที่กลิ่น และอาจมีรสชาติที่แตกต่างกันเล็กน้อย

 

กาแฟโบราณ มีอะไรบ้าง

 

กาแฟโบราณก็สามารถชงได้หลากหลายเมนูเช่นเดียวกับกาแฟสด โดยเมนูที่เป็นที่นิยมมีด้วยกันหลายเมนู เช่น 

  • โอเลี้ยง แค่ชื่อก็ชวนให้ชื่นใจแล้ว! คำว่า "โอเลี้ยง" มาจากภาษาจีนแต้จิ๋ว หมายถึง "กาแฟดำเย็น" ซึ่งเป็นเครื่องดื่มยอดนิยมที่หาได้ทั่วไปในร้านกาแฟโบราณ รสชาติเข้มข้นของกาแฟดำผสานกับความหวานของน้ำตาล ทำให้ได้รสชาติที่ลงตัว ชื่นใจ เหมาะสำหรับคนรักกาแฟเข้ม ๆ
  • โอเลี้ยงยกล้อ ชื่อเก๋ไก๋ที่มาจากภาพของการเทนมลงไปในกาแฟจนดูเหมือนรถจักรยานกำลังยกล้อ! นอกจากจะได้รสชาติเข้มข้นของกาแฟแล้ว ยังได้ความหอมมันจากนมอีกด้วย ทำให้โอเลี้ยงยกล้อเป็นเหมือนลาเต้สไตล์ไทย ๆ ที่ใคร ๆ ก็หลงรัก
  • จ้ำบ๊ะ ความลงตัวระหว่างกาแฟเข้มข้นและความหวานอมเปรี้ยวของน้ำแดง ทำให้จ้ำบ๊ะเป็นอีกหนึ่งเมนูที่น่าสนใจสำหรับคนที่ชอบรสชาติที่แตกต่าง ไม่เหมือนใคร รสชาติหวานอมเปรี้ยวชื่นใจ ช่วยดับกระหายได้ดี
  • โอยัวะ คือกาแฟดำร้อน ๆ สไตล์โบราณ รสชาติเข้มข้น หอมกลิ่นกาแฟคั่วบด เหมาะสำหรับคนที่ชอบกาแฟรสเข้มแท้ ๆ
  • หน่อเค่า เมนูที่ไม่ค่อยคุ้นหู คือกาแฟผสมชา แบบไม่ใส่นม ก็คือกาแฟและชาดำเย็น แต่ต้องมีสัดส่วนของกาแฟมากกว่า
  • หน่อบี่ คล้ายกับหน่อเค่าเป็นเมนูกาแฟผสมชาเช่นเดียวกัน แต่หน่อบี่จะมีรสชาติของชามากกว่ากาแฟ
  • กาแฟโบราณ รสชาติคลาสสิกที่ไม่เคยล้าสมัย กาแฟเข้มข้นผสมกับนมเย็นและนมข้นหวาน ให้รสชาติหวานมันกลมกล่อม เป็นเมนูที่ดื่มได้ทุกเมื่อทุกโอกาส
  • โกปี๊ เครื่องดื่มยอดนิยมจากภาคใต้ ที่มีที่มาจากคำว่า "Coffee" แต่ถูกปรับเปลี่ยนสำเนียงจนเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว กาแฟโกปี๊โดดเด่นด้วยการนำเสนอชั้นของกาแฟดำเข้มข้นวางอยู่ด้านบน และนมข้นหวานด้านล่างอย่างชัดเจน สร้างความลงตัวระหว่างความหวานมันของนมข้นหวานและความเข้มข้นของกาแฟดำ ทำให้ได้รสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร

แจกสูตรกาแฟโบราณดั้งเดิม สไตล์ต้นตำรับ

กาแฟโบราณ


1. สูตรโอเลี้ยง

ส่วนผสม

  • ผงกาแฟโบราณ 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำร้อน 180 มิลลิลิตร
  • น้ำตาลทราย 3 ช้อนชา
  • น้ำแข็ง

 

วิธีทำ

  • ตักผงกาแฟใส่ถุงกรอง เทน้ำร้อนลงไป
  • แล้วให้เทน้ำกาแฟผ่านถุงกรองแช่ 2 นาที
  • แล้วเทสลับไปมา 3-4 รอบ เพื่อกลิ่นหอมและรสชาติที่เข้ม
  • เมื่อได้กาแฟดำแล้วให้เติมน้ำตาลทราย แล้วคนให้ละลายเข้ากัน
  • ตักน้ำแข็งใส่แก้ว แล้วเทโอเลี้ยงลงไปเลย 

 

2. สูตรโอเลี้ยงยกล้อ

ส่วนผสม

  • ผงกาแฟโบราณ 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำร้อน 180 มิลลิลิตร
  • น้ำตาลทราย 3 ช้อนชา
  • นมสดหรือนมข้นจืด
  • น้ำแข็ง

 

วิธีทำ

  • ตักผงกาแฟใส่ถุงกรอง เทน้ำร้อนลงไป
  • แล้วให้เทน้ำกาแฟผ่านถุงกรองแช่ 2 นาที
  • แล้วเทสลับไปมา 3-4 รอบ เพื่อกลิ่นหอมและรสชาติที่เข้ม
  • เมื่อได้กาแฟดำแล้วให้เติมน้ำตาลทราย แล้วคนให้ละลายเข้ากัน
  • ตักน้ำแข็งใส่แก้ว เทโอเลี้ยงลงไป
  • แล้วราดด้วยนมข้นจืดด้านบน 

 

3. สูตรจ้ำบ๊ะ

ส่วนผสม

  • ผงกาแฟโบราณ 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำร้อน 180 มิลลิลิตร
  • น้ำหวานสีแดง 4 ช้อนชา
  • น้ำแข็ง

 

วิธีทำ

  • ตักผงกาแฟใส่ถุงกรอง เทน้ำร้อนลงไป
  • แล้วให้เทน้ำกาแฟผ่านถุงกรองแช่ 2 นาที
  • แล้วเทสลับไปมา 3-4 รอบ เพื่อกลิ่นหอมและรสชาติที่เข้ม
  • เมื่อได้กาแฟดำแล้วให้เติมน้ำตาลทราย แล้วคนให้ละลายเข้ากัน
  • เทน้ำหวานลงในแก้ว ตักน้ำแข็งใส่แก้วตามลงไป 
  • แล้วเทโอเลี้ยงราดลงด้านบน

 

4. สูตรโอยัวะ

ส่วนผสม

  • ผงกาแฟ 1/2 ช้อนชา
  • น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำร้อน 3/4 แก้ว

 

วิธีทำ

  • ใส่น้ำตาลทรายลงในแก้ว ตามด้วยผงกาแฟ และน้ำร้อน คนผสมให้เข้ากัน
  • เทใส่แก้ว พร้อมเสิร์ฟ

 

5. กาแฟโบราณสูตรดั้งเดิม

ส่วนผสม

  • ผงโอเลี้ยง 5-6 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำ 1 ถ้วย + 1/2 ถ้วย
  • น้ำตาลทราย 4 ช้อนโต๊ะ (ใส่หรือไม่ใส่ก็ได้)
  • นมข้นหวาน 9 ช้อนโต๊ะ
  • นมข้นจืด
  • น้ำแข็ง

 

วิธีทำ

  • ต้มน้ำจนเดือด เตรียมไว้
  • ใส่ผงโอเลี้ยงลงในถุงกาแฟ นำไปวางลงในเหยือกสเตนเลสแล้วเทน้ำเดือดลงไป เขย่าถุงเล็กน้อยให้น้ำทั่วถึงกาแฟ พักทิ้งไว้ 10 นาที
  • ใส่น้ำตาลทรายลงในแก้ว ตามด้วยนมข้นหวาน เทส่วนผสมกาแฟใส่ลงไป คนผสมให้เข้ากันจนน้ำตาลทรายละลาย 
  • เทใส่ลงในแก้วที่มีน้ำแข็งประมาณ 3/4 แก้ว แล้วเทนมข้นจืดลงไปจนเต็มแก้ว พร้อมเสิร์ฟ

 

6. สูตรหน่อบี่

ส่วนผสมชาไทย

  • ผงชาไทย 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำร้อน 100 มิลลิลิตร
  • นมข้นหวาน 50 มิลลิลิตร
  • นมข้นจืด 60 มิลลิลิตร

 

ส่วนผสมกาแฟ

  • ผงกาแฟ 1/2 ช้อนชา
  • น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำร้อน 3/4 แก้ว
  • น้ำแข็ง

 

วิธีทำ

  • ชงชาไทยและกาแฟตามสูตร
  • เทชาไทยใส่แก้วที่มีน้ำแข็ง
  • เทกาแฟตามลงไปด้านบน
  • ราดด้วยนมข้นจืดที่เตรียมไว้
  • แล้วเทสลับไปมา 3-4 รอบ เพื่อกลิ่นหอมและรสชาติที่เข้มข้น
  • พร้อมเสิร์ฟ

 

7. สูตรโกปี๊

ส่วนผสม

  • ผงกาแฟโบราณ 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำร้อน 180 มิลลิลิตร
  • นมข้นหวาน 5 ช้อนชา

 

วิธีทำ

  • ตักผงกาแฟใส่ถุงกรอง เทน้ำร้อนลงไป
  • แล้วให้เทน้ำกาแฟผ่านถุงกรองแช่ 2 นาที
  • แล้วเทสลับไปมา 3-4 รอบ เพื่อกลิ่นหอมและรสชาติที่เข้ม
  • เทนมข้นหวานใส่แก้ว
  • แล้วเทกาแฟดำตามลงไป

 

กาแฟโบราณ ผสานระหว่างความดั้งเดิมและนวัตกรรมเพื่อสร้างเมนูใหม่ ๆ ที่ดึงดูดใจ

รสชาติของกาแฟโบราณ นี่แหละ คือเสน่ห์ความคลาสสิกที่คนไทยคุ้นเคยกันดี เพราะนอกจากจะหอมเข้มโดนใจแล้ว ยังเอามาครีเอทเมนูใหม่ ๆ ก็ยังได้ ไม่ว่าจะเป็นการชงตามสูตรดั้งเดิม หรือจะลองมิกซ์กับวัตถุดิบอื่นก็ทำได้หลากหลาย รวมไปถึงการผสานความดั้งเดิมของกาแฟโบราณ เข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น ปรับสูตรกาแฟโบราณให้ใช้กับเครื่องชงกาแฟอัตโนมัติก็เป็นอีกไอเดียที่น่าสนใจ 

และหากอยากให้กาแฟออกมาหอมอร่อย การเลือกเมล็ดกาแฟและอุปกรณ์ที่มีคุณภาพก็เป็นสิ่งสำคัญ Beno สามารถตอบโจทย์ความต้องการได้ทุกคน ทั้งเครื่องชงที่สกัดได้เข้มข้นสะใจ เครื่องบดที่ดึงความสดของเมล็ดกาแฟออกมาได้ดีเยี่ยม รวมถึงเมล็ดกาแฟคุณภาพดีที่มีให้เลือกช้อปแบบจุใจ และที่พลาดไม่ได้เลย  แค่เข้าไปกดสั่งใน Shopee Thailand แล้วใส่โค้ด BENOA200 ก็รับส่วนลดราคาพิเศษไปเลย 200 บาท รีบไปจัดมาเติมความฟินกัน! 

 

เครื่องชงกาแฟ


More articles