อเมริกาโน่ คือ เมนูกาแฟดำที่ชงจากเอสเปรสโซ่ผสมน้ำร้อน ทำให้รสชาติเบาลง ดื่มง่าย แต่ยังได้กลิ่นหอมและความเข้มของกาแฟแบบเต็ม ๆ ต่างจากลองแบล็กที่เทน้ำก่อนแล้วค่อยใส่เอสเปรสโซ่ตาม แถมยังเป็นเมนูกาแฟสุขภาพแคลอรีต่ำ เหมาะทั้งสำหรับคนที่เริ่มดื่มกาแฟดำ สายเฮลตี้ และคนที่กำลังควบคุมน้ำหนัก
ถ้าใครเป็นสายกาแฟที่ชอบรสเข้ม แต่ยังอยากดื่มง่ายไม่หนักเกินไป อเมริกาโน่ ถือว่าเป็นเมนูยอดฮิตที่หลายคนเลือกดื่มกันเป็นประจำ เพราะเป็นกาแฟดำแบบไม่ใส่นม ทำให้ได้สัมผัสรสชาติแท้ ๆ ของเมล็ดกาแฟแบบเต็ม ๆ ทั้งกลิ่นหอมและความเข้มที่ชัดเจน แถมยังถูกใจสายเฮลตี้อีกด้วย เพราะอเมริกาโน่เป็นกาแฟที่แคลอรี่ต่ำมาก แทบไม่มีน้ำตาลหรือไขมันเลย นอกจากนี้ยังมีให้เลือกทั้งแบบร้อนและแบบเย็น จะดื่มตอนเช้าให้ตื่นเต็มตา หรือดื่มระหว่างวันก็สดชื่นได้ง่าย ๆ ในบทความนี้ เราจะพามารู้จัก อเมริกาโน่ ให้มากขึ้น ว่ามีที่มาอย่างไร จุดเด่นคืออะไร และมีสูตรทำอเมริกาโน่แบบง่าย ๆ ที่ทำดื่มเองที่บ้าน
สรุปครบจบในที่เดียว! เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ อเมริกาโน่
-
อเมริกาโน่ คือกาแฟดำที่ชงจากเอสเปรสโซ่ผสมน้ำร้อน
-
รสชาติอเมริกาโน่ : เข้มกำลังดี ดื่มง่าย เหมาะกับทั้งมือใหม่ และคอกาแฟดำตัวจริง
-
อเมริกาโน่แตกต่างจากกาแฟดำชนิดอื่น ทั้งลองแบล็ก กาแฟดริป และเอสเปรสโซ่ ในเรื่องวิธีชง ระดับความเข้ม และสัมผัสของรสชาติ
-
อเมริกาโน่เป็นเมนูกาแฟแคลอรีต่ำ หากไม่เติมน้ำตาล หรือไซรัป ให้พลังงานเพียงประมาณ 9 - 15 แคลอรีต่อแก้ว
-
อเมริกาโน่สามารถเลือกดื่มได้ทั้งร้อน และเย็น หรือครีเอทเป็นเมนูยอดฮิตอย่าง อเมริกาโน่ส้ม อเมริกาโน่น้ำผึ้ง และอเมริกาโน่มะพร้าว
อเมริกาโน่ คืออะไร
อเมริกาโน่ คือกาแฟดำที่เอาช็อตเอสเปรสโซ่มาผสมน้ำร้อนให้รสชาติ ซอฟต์ลง ดื่มง่ายขึ้น แต่ยังได้ความหอม และความเข้มของกาแฟไว้แบบเต็ม ๆ ใครที่อยากเริ่มดื่มกาแฟดำแต่กลัวขมเกินไป อเมริกาโน่ถือว่าเป็นตัวเริ่มต้นที่ดีมาก ที่สำคัญอเมริกาโน่ยังเป็นเมนูที่วัดคุณภาพเมล็ดกาแฟได้ชัดมาก เพราะไม่มีนม หรือน้ำเชื่อมมากลบรสชาติของกาแฟ ที่สำคัญคือมันเป็นเมนูโปรดของสายลดน้ำหนักเลย เพราะแคลอรี่น้อยมาก ดื่มแล้วเฟรชได้ตลอดวัน
-
ส่วนประกอบหลัก : เอสเปรสโซ่ 1-2 ช็อต + น้ำร้อน
-
รสชาติที่โดดเด่น : มีความเข้มข้น แต่ไม่หนักเท่าเอสเปรสโซ่ ดื่มง่าย จิบได้สบาย ๆ
อเมริกาโน่กับประโยชน์ที่หลายคนไม่รู้

1. คาเฟอีนช่วยกระตุ้นสมองและเพิ่มสมาธิ
คาเฟอีนในอเมริกาโน่ช่วยกระตุ้นระบบประสาทส่วนกลาง ทำให้รู้สึกตื่นตัว ลดความง่วง และโฟกัสได้ดีขึ้น ปริมาณคาเฟอีนในอเมริกาโน่ 1 แก้ว (ชงจากเอสเปรสโซ่ 2 ช็อต) ประมาณ 150–180 มก. ซึ่งเพียงพอให้ตื่นแต่ไม่มากเกินไปสำหรับคนทั่วไป
2. แคลอรีต่ำมาก
ถ้าไม่ใส่น้ำตาล นม หรือไซรัป อเมริกาโน่ 1 แก้ว (ประมาณ 240 มล.) ให้พลังงานเพียง 9-15 แคลอรี เท่านั้น เหมาะกับคนลดน้ำหนักหรือสายเฮลตี้ เพราะได้ความหอมของกาแฟโดยไม่พ่วงน้ำตาล
3. อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ
กาแฟอุดมไปด้วยสารโพลีฟีนอลและคลอโรเจนิกแอซิด ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยลดการอักเสบในร่างกาย แถมยังช่วยปกป้องเซลล์จากการถูกทำลาย
4. ช่วยกระตุ้นการขับถ่าย
ทั้งคาเฟอีนและน้ำอุ่นจากอเมริกาโน่ช่วยให้ลำไส้เคลื่อนไหวดีขึ้น หลายคนจึงรู้สึกว่าขับถ่ายง่ายหลังดื่มกาแฟ อย่างไรก็ตาม ผลนี้อาจไม่เกิดกับทุกคน และบางคนถ้าดื่มมากเกินไปอาจทำให้ระคายเคืองกระเพาะได้
5. ดีต่อสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด (ถ้าดื่มพอดี)
คาเฟอีนและสารต้านอนุมูลอิสระในกาแฟอาจช่วยลดการอักเสบ ปรับสมดุลไขมันในเลือด และทำให้การทำงานของหลอดเลือดดีขึ้น แต่ต้องเน้นว่า “ดื่มพอดี” เพราะถ้าเกินไปอาจเพิ่มความดันและหัวใจเต้นเร็วได้
6. ช่วยลดความเสี่ยงของโรคบางชนิด
มีงานวิจัยบางชิ้นชี้ว่าการดื่มกาแฟในปริมาณที่พอเหมาะสัมพันธ์กับการลดความเสี่ยงของโรคต่าง ๆ เช่น โรคเบาหวานชนิดที่ 2, โรคพาร์กินสัน และโรคตับบางชนิด
ข้อควรระวัง
-
ไม่ควรดื่มเกิน 3-4 แก้วต่อวัน (คาเฟอีนไม่เกิน 400 มก.)
-
ดื่มมากเกินไปอาจทำให้หัวใจเต้นเร็ว มือสั่น หรือมีปัญหาการนอน
-
หลีกเลี่ยงการดื่มก่อนนอน 6 ชั่วโมง เพื่อไม่ให้รบกวนการนอน
-
ผู้ที่เป็นโรคกระเพาะหรือกรดไหลย้อนควรดื่มหลังอาหารและไม่เข้มเกินไป
อเมริกาโน่ กับกาแฟดริป(Drip Coffee) ต่างกันยังไง
อเมริกาโน่ กับกาแฟดริปก็เป็นกาแฟดำเหมือนกัน แต่พอดื่มจริง ๆ แล้วอาจจะให้ฟิลที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะเรื่องวิธีสกัดและระดับการคั่วของเมล็ดที่นิยมใช้ อย่างอเมริกาโน่มักใช้เมล็ดคั่วกลางค่อนเข้มถึงคั่วเข้ม เพื่อให้สกัดเป็นเอสเปรสโซ่ กลิ่นคั่วชัด บอดี้หนัก เติมน้ำแล้วก็ยังมีรสชาติที่เข้มข้น ส่วนกาแฟดริปส่วนใหญ่จะนิยมเมล็ดคั่วอ่อนถึงคั่วกลาง เพื่อดึงกลิ่นหอมและโน้ตเฉพาะตัวของเมล็ดออกมาให้ชัดที่สุด เวลาดริปจะค่อย ๆ รินน้ำผ่านผงกาแฟ รสชาติจะออกใส สะอาด เปรี้ยว หวานเบา ๆ
อเมริกาโน่ กับ ลองแบล็ก (Long Black) ต่างกันยังไง
หลายคนที่ชอบดื่มกาแฟดำอาจเคยสงสัยว่าอเมริกาโน่ กับลองแบล็กต่างกันยังไง จริง ๆ แล้วทั้งคู่มีความคล้ายกันตรงที่เป็นกาแฟดำที่ทำจากเอสเปรสโซ่ แต่ความแตกต่างอยู่ที่วิธีการชงและรสชาติที่ออกมา โดยที่อเมริกาโน่จะเริ่มจากเอสเปรสโซ่เข้ม ๆ แล้วเติมน้ำร้อนลงไป ทำให้ได้รสชาติที่ดื่มง่ายกว่า ในขณะที่ ลองแบล็ก จะเทน้ำร้อนใส่ถ้วยก่อนแล้วค่อยเติมเอสเปรสโซ่ตามลงไป ซึ่งจะช่วยรักษาชั้นครีมของกาแฟ ทำให้รสชาติเข้มข้นและมีกลิ่นหอมของเอสเปรสโซ่ชัดกว่า
อเมริกาโน่ กับเอสเปรสโซ่ (Espresso) ต่างกันยังไง
ความต่างหลักอยู่ที่ปริมาณน้ำและระดับความเข้ม เอสเปรสโซ่คือช็อตกาแฟเข้มข้น รสเข้มข้น กลิ่นชัด ส่วนอเมริกาโน่ คือการเติมน้ำร้อนลงในเอสเปรสโซ่ ทำให้รสซอฟต์ลง ไม่หนักเกินไป เลยกลายเป็นเมนูกาแฟดำที่หลายคนชอบ เพราะได้ทั้งความหอมของกาแฟ และความดื่มง่าย
เปรียบเทียบ อเมริกาโน่ VS ลองแบล็ก VS กาแฟดริป VS เอสเปรสโซ่
|
ข้อเปรียบเทียบ |
อเมริกาโน่ (Americano) |
ลองแบล็ก (Long Black) |
กาแฟดริป (Drip Coffee) |
เอสเปรสโซ่ (Espresso) |
|
วิธีชง |
สกัดเอสเปรสโซ่ แล้วเติมน้ำร้อนตาม |
เติมน้ำร้อนก่อน แล้วค่อยเทเอสเปรสโซ่ลงไป |
รินน้ำร้อนผ่านผงกาแฟด้วยดริปเปอร์ |
สกัดกาแฟด้วยแรงดันน้ำร้อนผ่านผงกาแฟบดละเอียด |
|
รสชาติ |
เข้มกำลังดี ดื่มง่าย |
เข้มกว่าอเมริกาโน่ กลิ่นหอมชัด |
รสชาติใส ๆ สะอาด หวาน เปรี้ยวตามคาแรกเตอร์เมล็ด |
เข้มข้นที่สุด บอดี้แน่น รสชัด |
|
ความเข้มข้น |
ปานกลาง |
ปานกลางค่อนเข้ม |
เบาถึงปานกลาง |
เข้มข้นขั้นสุด |
|
จุดเด่น |
ดื่มง่าย เข้มแต่ไม่หนักจนเกินไป |
ได้ทั้งความเข้มและชั้นครีมา รสชาติมีมิติ |
ดึงคาแรกเตอร์ของเมล็ดกาแฟออกมาได้ดี |
ให้รสชาติ และกลิ่นกาแฟเข้มข้น |
|
เมล็ดกาแฟที่นิยมใช้ |
คั่วกลาง-คั่วเข้ม |
คั่วกลาง-คั่วเข้ม |
คั่วอ่อน-คั่วกลาง |
คั่วกลาง-คั่วเข้ม |
|
เหมาะกับใคร |
คนที่ชอบกาแฟดำ ดื่มง่าย |
คนที่ชอบกาแฟดำเข้ม กลิ่นหอมชัด |
คนที่อยากสัมผัสรสชาติ และกลิ่นของเมล็ดกาแฟแบบเต็ม ๆ |
คนที่ชอบกาแฟเข้มข้น หรือใช้เป็นเบสของเมนูกาแฟนม |
อเมริกาโน่ ใส่อะไรบ้าง
เมนูนี้เรียกได้ว่าเรียบง่ายแต่คลาสสิกสุด ๆ เพราะใช้ส่วมผสมเพียง 2 อย่างเท่านั้น คือ เอสเปรสโซ่ช็อต (Espresso) ที่เข้ม ๆ หอม ๆ กับน้ำร้อนแค่นั้นเลย พอเอามารวมกันแล้วจะได้รสกาแฟที่ยังเข้มอยู่ แต่ดื่มง่ายขึ้น นุ่มขึ้น ไม่หนักเกินไป
สูตรอเมริกาโน่
1. สูตรอเมริกาโน่ร้อน
ส่วนผสม
- กาแฟเอสเปรสโซ่ 30 มิลลิลิตร (1 ช็อต) หรือ 60 มิลลิลิตร (2 ช็อต) หากต้องการรสชาติเข้มข้น
- น้ำร้อน 120 มิลลิลิตร
วิธีทำ
- เริ่มต้นด้วยการเมล็ดกาแฟคั่วแล้ว มาบดด้วยเครื่องบดเมล็ดกาแฟ
- ใส่ลงในเครื่องชงกาแฟแบบเอสเปลสโซ่
- เมื่อได้ช็อตกาแฟเอสเปลสโซ่ออกมาแล้ว ให้ผสมเข้ากับน้ำร้อน
- เติมน้ำเชื่อมตามชอบลงในอเมริกาโน่หรือไม่เติมก็ได้

2. สูตรอเมริกาโน่เย็น
ส่วนผสม
- กาแฟเอสเปรสโซ่ 60 มิลลิลิตร (2 ช็อต)
- น้ำดื่มอุณหภูมิห้อง 120 มิลลิลิตร
- น้ำเชื่อมตามชอบ
วิธีทำ
- ทำช็อตเอสเปลสโซ่ด้วยเครื่องทำกาแฟ
- เมื่อได้ช็อตกาแฟเอสเปลสโซ่ออกมาแล้ว ให้ผสมเข้ากับน้ำเปล่า
- เติมน้ำเชื่อมตามชอบลงในอเมริกาโน่
- เทใส่ลงในแก้วน้ำแข็ง
3. สูตรอเมริกาโน่ส้ม
ส่วนผสม
- กาแฟเอสเปรสโซ่ 60 มิลลิลิตร (2 ช็อต)
- น้ำส้มคั้นสดหรือน้ำส้มกล่องตามชอบ
- น้ำแข็ง
วิธีทำ
- ทำช็อตเอสเปลสโซ่ด้วยเครื่องทำกาแฟ
- จากนั้นให้เทน้ำส้มใส่แก้ว และตามด้วยน้ำแข็ง
- เทช็อตเอสเปลสโซ่ตามลงไป

4.สูตรอเมริกาโน่น้ำผึ้ง
ส่วนผสม
- กาแฟเอสเปรสโซ่ 30 มิลลิลิตร (1 ช็อต) หรือ 60 มิลลิลิตร (2 ช็อต) หากต้องการรสชาติเข้มข้น
- น้ำผึ้งตามชอบ
- น้ำเปล่า
วิธีทำ
- ทำช็อตเอสเปลสโซ่ด้วยเครื่องทำกาแฟ
- ใส่น้ำผึ้งลงไปผสมกับกาแฟ
- หลังจากนั้นจึงเติมน้ำเปล่าไปผสม และเทใส่แก้ว

5. สูตรอเมริกาโน่มะพร้าว
ส่วนผสม
- กาแฟเอสเปรสโซ่ 30 มิลลิลิตร (1 ช็อต) หรือ 60 มิลลิลิตร (2 ช็อต) หากต้องการรสชาติเข้มข้น
- น้ำมะพร้าว 200 มิลลิลิตร
- น้ำแข็ง
วิธีทำ
- ทำช็อตเอสเปรสโซ่ด้วยเครื่องทำกาแฟ
- จากนั้นให้เทน้ำมะพร้าวใส่แก้ว และตามด้วยน้ำแข็ง
- เทช็อตเอสเปลสโซ่ตามลงไป
คำถามอื่น ๆ เกี่ยวกับ อเมริกาโน่
1. อเมริกาโน่ ใช้กาแฟคั่วระดับไหน
ถ้าพูดถึงตัวเลือกที่ดีที่สุด กาแฟคั่วระดับกลางค่อนไปทางเข้ม คือระดับการคั่วลงตัวที่สุดสำหรับคนส่วนใหญ่ เพราะให้รสชาติที่กลมกล่อม มีความหวานบาง ๆ และมีรสเปรี้ยวที่ซับซ้อนแต่ไม่โดดเด่นจนเกินไป ทำให้ดื่มง่าย เข้าถึงได้ทุกคน อย่างไรก็ตาม ในวงการกาแฟสเปเชียลตี้ที่กำลังเติบโตอย่างกว้างขวาง หลายคนก็เริ่มหันมานิยมกาแฟคั่วอ่อน เพื่อทำอเมริกาโน่มากขึ้น เนื่องจากกาแฟคั่วอ่อนจะดึงเอารสชาติและกลิ่นของผลไม้ (Fruity) และดอกไม้ (Floral) ที่ซ่อนอยู่ในเมล็ดกาแฟออกมาได้อย่างเต็มที่
2. อเมริกาโน่ ปั่นได้ไหม
แม้ว่าเรามักจะไม่ค่อยเห็นเมนูอเมริกาโน่นำมาทำเป็นเมนูปั่น แต่เนื่องจากเมืองไทยอากาศร้อน หลายคนจึงนำกาแฟอเมริกาโน่มาปั่นเพื่อดื่มให้สดชื่นยิ่งขึ้น แต่ส่วนใหญ่จะไม่มีเมนูนี้ในร้านกาแฟ สามารถทำเองได้ โดยอาจจะเพิ่มน้ำเชื่อมเข้าไปเพื่อให้ได้รสชาติยิ่งขึ้น
3. รสชาติของอเมริกาโน่ เป็นยังไง
รสชาติของอเมริกาโน่จะมีรสขม แต่ไม่บาดคอ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับเมล็ดกาแฟ ระดับการคั่ว และวิธีสกัด หากใช้เมล็ดคั่วอ่อนจะให้รสเปรี้ยวสดใส คล้ายผลไม้และมีกลิ่นหอมฟลอรัล ส่วนคั่วกลางจะบาลานซ์ ดื่มง่าย มีความหวานปลายลิ้นเล็กน้อย ขณะที่คั่วเข้มจะให้ความขมเข้ม กลิ่นออกโทนช็อกโกแลตหรือถั่วคั่ว โดยรวมแล้วรสชาติอเมริกาโน่จะนุ่มกว่าเอสเปรสโซ่ ดื่มแล้วจะรู้สึกใส ๆ คลีน ๆ และสบายคอ เหมาะกับคนที่ชอบกาแฟดำแต่ไม่อยากได้ความเข้มจัดเกินไป
4. กาแฟสำเร็จรูปทำอเมริกาโน่ได้ไหม
กาแฟสำเร็จรูป ก็สามารถนำมาชงอเมริกาโน่ได้เหมือนกัน แค่ชงผงกาแฟกับน้ำร้อนในสัดส่วนที่ชอบ ก็ได้กาแฟดำสไตล์อเมริกาโน่ไว้ดื่มแล้ว ถึงรสชาติจะเข้มข้นไม่เท่าเอสเปรสโซ่จากเครื่อง แต่ข้อดีคือสะดวก ไม่ต้องมีอุปกรณ์อะไรให้วุ่นวาย เหมาะมากกับวันรีบ ๆ ได้ดีสุด ๆ แถมเดี๋ยวนี้แต่ละแบรนด์ก็ได้ทำกาแฟสำเร็จรูปสูตรอเมริกาโน่ออกมาให้เลือกเพียบ
5. อเมริกาโน่ ดีต่อสุขภาพไหม
อเมริกาโน่ ถือว่าเป็นกาแฟที่ค่อนข้างดีต่อสุขภาพ เพราะแคลอรีต่ำ แถมไม่มีน้ำตาล หรือไขมัน ดื่มแล้วช่วยให้ตื่นตัว เพิ่มสมาธิได้ดี แต่ถ้าดื่มเยอะเกินไปก็อาจทำให้ใจสั่นหรือนอนไม่ค่อยหลับได้เหมือนกัน เพราะฉะนั้นถ้าอยากดื่ม อเมริกาโน่ ให้เฮลท์ตี้ แนะนำวันละประมาณ 1–2 แก้วก็พอแล้ว
6. อเมริกาโน่ เหมาะกับคนลดน้ำหนักไหม
อเมริกาโน่ ถือเป็นหนึ่งในเมนูกาแฟที่หลายคนเลือกดื่มเวลาลดน้ำหนัก เพราะเมนูนี้คือกาแฟดำที่แคลอรีต่ำสุด ๆ ถ้าดื่มแบบไม่ใส่น้ำตาล ก็แทบไม่มีพลังงานเพิ่มเลย แถมยังช่วยให้ตื่น สดชื่น และบางคนรู้สึกว่าช่วยลดความอยากกินจุกจิกระหว่างวันได้อีกด้วย แต่ก็อย่าลืมนะว่า อเมริกาโน่ไม่ได้ทำให้น้ำหนักลดโดยตรง แต่แค่เป็นตัวช่วยดี ๆ เท่านั้น แนะนำให้คุมอาหาร และออกกำลังกายควบคู่ไปด้วย
7. อเมริกาโน่ มีคาเฟอีนมากกว่ากาแฟนมไหม
หลายคนอาจจะเข้าใจผิดว่าอเมริกาโน่ จะมีปริมาณคาเฟอีนเยอะกว่ากาแฟนม จริง ๆ แล้วถ้าใช้ปริมาณช็อตเอสเปรสโซ่เท่ากัน ปริมาณคาเฟอีนก็แทบจะไม่ต่างจากกาแฟนมเลย เพราะฉะนั้นปริมาณคาเฟอีนขึ้นอยู่กับจำนวนช็อตล้วน ๆ ถ้าอยากรู้ว่าเมนูไหนคาเฟอีนมากกว่า ควรดูจำนวนช็อตเอสเปรสโซที่ใช้ชงเป็นหลัก
ชงอเมริกาโน่ให้หอมเข้ม ด้วยผลิตภัณฑ์จาก Beno ที่ออกแบบมาเพื่อคนรักกาแฟโดยเฉพาะ
ถ้าพูดถึงกาแฟดำที่ทั้งเรียบง่ายและคลาสสิกที่สุด อเมริกาโน่คงติดอันดับต้น ๆ ในใจหลายคน ด้วยรสชาติที่เข้มแต่ดื่มง่าย เกิดจากการผสมเอสเพรสโซ่เข้มข้นกับน้ำร้อนในสัดส่วนที่ลงตัว อีกทั้งอเมริกาโน่ยังดีต่อสุขภาพเพราะแคลอรี่ต่ำ เหมาะกับคนรักกาแฟที่อยากคุมน้ำหนัก หรือคนที่ชอบลิ้มรส “คาแรกเตอร์แท้ ๆ” ของเมล็ดกาแฟจากแต่ละแหล่งปลูก นอกจากนี้อเมริกาโน่ยังสามารถทำดื่มเองได้ง่าย ๆ ที่บ้าน ไม่ต้องใช้อุปกรณ์เยอะ เพียงแค่มีเอสเปรสโซ่หรือการชงแบบดริปก็พร้อมเติมความสดชื่นให้ตัวเองได้แล้ว และจะสะดวกยิ่งขึ้นเมื่อมี Coffee Drip Bag จาก Beno ที่คงคุณภาพกาแฟสดแท้ในทุกซอง มีให้เลือกหลายรสชาติ แถมชงง่าย แค่ฉีกซอง เติมน้ำร้อน ก็พร้อมพบกับความฟินได้เลย ตอนนี้ Beno จัดโปรโมชั่นสุดคุ้ม ลดทันที 200 บาท เมื่อช้อปผ่าน Shopee Thailand และใช้โค้ดส่วนลด BENOA200 พร้อมดื่มด่ำอเมริกาโน่ได้ทุกวันง่าย ๆ ที่บ้าน


