กาแฟสกัดเย็น (Cold Brew) คือกาแฟที่นำผงกาแฟมาแช่ในน้ำเย็น หรืออุณหภูมิห้องเป็นเวลาประมาณ 8 - 24 ชั่วโมง โดยไม่ผ่านความร้อนเลย ทำให้ได้รสชาติที่นุ่มละมุน หวานตามธรรมชาติของเมล็ดกาแฟ ขมและเปรี้ยวน้อยกว่ากาแฟชงร้อน เหมาะกับคนที่ชอบกาแฟรสชาติกลมกล่อม ดื่มง่าย
ทำความรู้จักกาแฟสกัดเย็นได้ใน 1 นาที
- กาแฟสกัดเย็น : คือกาแฟที่สกัดด้วยน้ำเย็นหรือน้ำอุณหภูมิห้อง โดยไม่ผ่านความร้อน
- รสชาติ : นุ่ม กลมกล่อม ดื่มง่าย ไม่ขม ไม่เปรี้ยว แต่คาเฟอีนยังจัดเต็มเหมือนเดิม
- วิธีทำ : ใช้เมล็ดกาแฟบดหยาบไปแช่น้ำทิ้งไว้ 8-24 ชั่วโมง (ส่วนใหญ่แช่กัน 12 ชั่วโมงพอดี)
- ระยะเวลาในการเก็บ : ชงทีเดียวเก็บได้ยาว ๆ แช่ตู้เย็นเก็บในภาชนะปิดสนิทอยู่ได้ถึง 2 สัปดาห์
- ประโยชน์ : อ่อนโยนต่อกระเพาะอาหาร ช่วยเพิ่มการเผาผลาญ และมีสารต้านอนุมูลอิสระ
- เมนูสร้างสรรค์ : เช่น Cold Brew Latte, Cold Brew Orange, Cold Brew Vanilla
กาแฟ Cold brew หรือ กาแฟสกัดเย็น คืออะไร?
กาแฟ Cold brew หรือกาแฟสกัดเย็นจะแตกต่างจากกาแฟอื่น ๆ ที่มีส่วนผสมหลักตั้งต้นจากกาแฟเอสเปรสโซ่ที่สกัดผ่านความร้อนภายในเวลาอันรวดเร็ว แต่กาแฟ Cold brew จะทำผ่านน้ำเย็นหรือน้ำอุณหภูมิห้อง โดยแช่ทิ้งไว้ (Immersion) เป็นระยะเวลาหลายชั่วโมงกว่าจะได้กาแฟแสนอร่อยหนึ่งแก้ว
จุดเด่นของกาแฟสกัดเย็นหรือกาแฟ Cold brew
กาแฟ Cold brew หรือกาแฟสกัดเย็นจะมีจุดเด่นอยู่ที่ความนุ่มละมุน บางเบา รสชาติที่ดื่มง่ายไม่ขมฝาดหรือเปรี้ยวโดด แต่ยังสัมผัสได้ถึงคาเฟอีน ที่สำคัญยังสามารถดึงรสชาติของเมล็ดกาแฟออกมาได้อย่างเต็มที่ทั้งความหวาน และกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ของเมล็ดกาแฟแต่ละชนิด
วิธีทำกาแฟสกัดเย็นหรือ Cold brew

วิธีทำกาแฟสกัดเย็นหรือ Cold brew คือนำเมล็ดกาแฟที่เลือก โดยใช้เมล็ดกาแฟบดหยาบ 250 กรัม ต่อน้ำ 1,250 กรัม (42 ออนซ์) แล้วนำไปใส่ถุงกรองหรือใส่ลงไปในน้ำเลยก็ได้ แช่ไว้ในน้ำเย็นหรือน้ำอุณหภูมิห้องประมาณ 8 -24 ชั่วโมง จากนั้นนำถุงกรองที่ใส่เมล็ดกาแฟออก หรือนำน้ำที่ได้มากรองก็จะได้กาแฟสกัดเย็นแล้ว จะเห็นได้ว่ากาแฟสกัดเย็นต้องใช้ความพิถีพิถันและใช้เวลาในการทำค่อนข้างนาน จึงทำให้เมนูกาแฟชนิดนี้มีราคาค่อนข้างสูงนั่นเอง
กาแฟสกัดเย็น vs กาแฟดริปเย็น ต่างกันยังไง?
กาแฟสกัดเย็น (Cold Brew) กับ กาแฟดริปเย็น (Cold Drip) ต่างกันตรงที่วิธีการทำและรสชาติที่ได้จากการสกัด กาแฟสกัดเย็นจะใช้น้ำเย็นในการสกัดกาแฟที่บดหยาบตลอด 12-24 ชั่วโมง ทำให้กาแฟมีรสชาติที่นุ่มนวลและกลมกล่อม โดยไม่มีรสขมมากนัก เหมาะสำหรับคนที่ชอบรสกาแฟที่ไม่รุนแรง และสะดวกสำหรับการเตรียมล่วงหน้า ส่วนกาแฟดริปเย็นจะใช้น้ำเย็นหรืออุ่นราดลงบนกาแฟบดละเอียดทีละน้อย ทำให้กาแฟมีรสชาติที่สดชื่นและคมชัด โดยมักจะมีความขมจากกรดในกาแฟมากกว่ากาแฟสกัดเย็น เหมาะสำหรับคนที่ชอบกาแฟที่มีความสดใหม่และสามารถควบคุมรสชาติได้ดีกว่า การเลือกว่าจะทำแบบไหนขึ้นอยู่กับรสชาติส่วนตัวที่ชอบและเวลาในการเตรียมกาแฟ
5 เมนูสร้างสรรค์จากกาแฟ Cold Brew อร่อยง่าย ทำเองได้ที่บ้าน
1. กาแฟ Cold Brew Affogato
อัฟโฟกาโต้ คือเมนูคลาสสิกของอิตาลีที่ใช้ช็อตเอสเปรสโซ่ราดบนไอศกรีมวานิลลา แต่เราจะเปลี่ยนมาใช้ กาแฟ Cold Brew แทน เพื่อให้ได้รสชาติที่นุ่มนวลกว่า พร้อมดึงความหอมหวานของไอศกรีมออกมา
ส่วนผสม:
-
กาแฟ Cold Brew 90 - 120 มล.
-
ไอศกรีมวานิลลา 1 สกู๊ป
-
ท็อปปิ้ง เช่น คุกกี้บด ผงโกโก้ (ใส่หรือไม่ใส่ก็ได้)
วิธีทำ:
-
ตักไอศกรีมวานิลลา ใส่ในถ้วยหรือแก้ว
-
เทกาแฟ Cold Brew ลงบนไอศกรีมอย่างช้า ๆ
-
โรยท็อปปิ้งตามชอบ

2. กาแฟ Cold Brew Orange
นี่คือเมนูสำหรับคนที่ชื่นชอบกาแฟส้ม การผสมผสานของน้ำส้มกับกาแฟ Cold Brew ที่ได้ดื่มแล้ว รู้สึกสดชื่นทันที
ส่วนผสม:
-
กาแฟ Cold Brew 120 มล.
-
น้ำส้มคั้นสด 60 มล.
-
น้ำเชื่อม (ใส่หรือไม่ใส่ก็ได้)
-
น้ำแข็ง
วิธีทำ:
-
ผสมน้ำส้มคั้นสดและน้ำเชื่อมเข้าด้วยกัน
-
เติมน้ำแข็งลงในแก้ว
-
เทส่วนผสมน้ำส้มลงไปในแก้ว
-
ตามด้วยเทกาแฟ Cold Brew ลงไปเป็นชั้นบนสุด
3. กาแฟ Cold Brew Latte
สำหรับคนรักกาแฟนม เมนูนี้คือความลงตัวสุด ๆ เพราะกาแฟ Cold Brew จะให้รสชาติที่นุ่ม ละมุน ไม่ขมจนเกินไป ผสมกับนมสดทำให้รสชาติกลมกล่อม ดื่มง่าย
ส่วนผสม:
-
กาแฟ Cold Brew 120 มล.
-
นมสด 90 มล.
-
น้ำเชื่อมตามชอบ
-
น้ำแข็ง
วิธีทำ:
-
ใส่น้ำแข็งลงในแก้วประมาณครึ่งแก้ว
-
เติมกาแฟ Cold Brew
-
ผสมนมสดและน้ำเชื่อมเข้าด้วยกัน
-
เทนมสดลงไปช้า ๆ

4. กาแฟ Cold Brew Oat Milk
สำหรับคนที่แพ้นมวัว หรือชื่นชอบในนมทางเลือก อย่างนมโอ๊ต ต้องลองเมนูนี้! โดยที่นมโอ๊ตจะเข้าไปเพิ่มความละมุน มันนัว และครีมมี่ในกับกาแฟ Cold Brew ได้เป็นอย่างดี ถือว่าอร่อยฟินไม่แพ้นมวัวเลยล่ะ
ส่วนผสม:
-
กาแฟ Cold Brew 120 มล.
-
นมสด 100 มล.
-
น้ำเชื่อมตามชอบ
-
น้ำแข็ง
วิธีทำ:
-
ใส่น้ำแข็งลงแก้ว
-
เติมกาแฟ Cold Brew
-
ผสมนมโอ๊ตและน้ำเชื่อมเข้าด้วยกัน
-
เทนมโอ๊ตลงไปช้า ๆ
5.กาแฟ Cold Brew Vanilla
เป็นการรวมเอาความเข้มของ กาแฟ Cold Brew เข้ากับความหอมของวานิลลา และความมันของครีมอย่างลงตัว เป็นเครื่องดื่มที่ให้รสชาติกลมกล่อม และดื่มง่าย ดื่มแล้วจะรู้สึกถึงความหอมอบอวลของวานิลลาอยู่ในปาก
ส่วนผสม:
-
กาแฟ Cold Brew 120 มล.
-
ครีม หรือนมสด 100 มล.
-
น้ำเชื่อมวานิลลา 30 มล.
-
น้ำแข็ง
วิธีทำ:
-
ผสมครีม หรือนมสดกับน้ำเชื่อมวานิลลา
-
เติมน้ำแข็งลงในแก้ว
-
เทกาแฟ Cold Brew
-
ค่อย ๆ เทส่วนผสมของครีม หรือนมสดลงไป
-
ก่อนดื่มให้คนเบา ๆ เพื่อให้ส่วนผสมเข้ากัน
กาแฟแบบไหนเหมาะกับการทำ Cold Brew
เมล็ดกาแฟที่เหมาะสมกับการทำ Cold brew คือเมล็ดกาแฟอาราบิก้าที่คั่วอ่อน จนถึงกลาง บดหยาบ เพื่อให้ได้รสชาติของกาแฟที่นุ่มนวล หอมละมุน และไม่ขม ที่ไม่นิยมใช้เมล็ดกาแฟโรบัสต้าเพราะว่ามีความเข้มมากว่าอาราบิก้าซึ่งถึงแม้จะเข้มน้อย แต่มีรสสัมผัสดีเยี่ยม เมื่อนำมาผ่านกระบวนการสกัดเย็นแล้วจะได้กาแฟที่นุ่มละมุน ดื่มง่ายกว่า
คำถามเกี่ยวกับกาแฟ Cold Brew หรือกาแฟสกัดเย็น
หลายคนยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับกาแฟ Cold brew จึงขอรวบรวมคำถามที่หลายคนสงสัยมาไขข้อข้องใจกันที่นี่

1. Cold brew กับ Americano ต่างกันอย่างไร
กาแฟ Cold brew กับ Americano เป็นสองเมนูที่มีหน้าตาเหมือนกันราวกับฝาแฝด แต่กระบวนการทำนั้นแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เพราะกาแฟสกัดเย็นจะถูกสกัดด้วยกระบวนการแช่ในน้ำเย็นหรืออุณหภูมิห้อง จึงมีปริมาณคาเฟอีนเต็มที่ แต่ให้รสชาตินุ่มนวล ในขณะที่อเมริกาโน่เป็นกาแฟเอสเปรสโซ่ที่ผ่านการสกัดด้วยความร้อน แล้วนำไปเติมน้ำเย็น หรือน้ำแข็ง ดังนั้นจะให้รสชาติที่เข้มขมกว่า
ตารางเปรียบเทียบ : กาแฟสกัดเย็น vs กาแฟดริปเย็น vs อเมริกาโน่
|
เปรียบเทียบ |
กาแฟสกัดเย็น (Cold Brew) |
กาแฟดริปเย็น (Cold Drip) |
กาแฟอเมริกาโน่ (Americano) |
|
วิธีการสกัด |
แช่กาแฟบดหยาบในน้ำเย็น/อุณหภูมิห้อง |
ใช้น้ำเย็นค่อยๆ หยดผ่านกาแฟบดละเอียด |
สกัดเอสเปรสโซ่ด้วยน้ำร้อนแรงดันสูง แล้วเติมน้ำ |
|
อุณหภูมิในการสกัด |
เย็น |
น้ำเย็นหรืออุ่น |
ใช้ความร้อนสกัด ก่อนทำให้เย็น |
|
ระยะเวลา |
ใช้เวลาประมาณ 8 - 24 ชั่วโมง |
ขึ้นอยู่กับความเร็วหยด |
รวดเร็ว |
|
รสชาติ |
นุ่ม กลมกล่อม ดื่มง่าย ไม่ขม ไม่เปรี้ยว |
ขมและมีความเปรี้ยวจากกาแฟชัดกว่า |
เข้มชัด มีความขมและกลิ่นคั่วของกาแฟ |
|
ระดับความขม |
ต่ำ |
ปานกลาง |
สูง |
2. กาแฟ Cold brew ดียังไง
ข้อดีของกาแฟ Cold brew หรือ สกัดเย็น ได้แก่
- เก็บไว้ได้นาน หากใส่ในภาชนะที่เหมาะสม ปิดสนิท สามารถเก็บไว้ได้นานถึง 2 สัปดาห์โดยไม่เสียรสชาติ โดยสามารถใส่ขวดเก็บไว้ในตู้เย็นได้เลย
- เหมาะสำหรับคนเป็นโรคกระเพาะ เพราะกาแฟสกัดเย็นจะมีความเป็นกรดต่ำกว่ากาแฟที่สกัดด้วยน้ำร้อน เนื่องจากอุณหภูมิที่สูงจะทำให้กรดในกาแฟออกมามากกว่า กาแฟ Cold brew จึงเหมาะกับคนที่เป็นโรคกระเพาะหรือกรดไหลย้อน ดื่มแล้วไม่ระคายเคืองกระเพาะอาหาร สบายท้อง
- ช่วยลดความเครียด การดื่มกาแฟช่วยให้กระปรี้กระเปร่า อารมณ์ดี และมีสมาธิในการทำงาน โดยเฉพาะกาแฟสกัดเย็นที่ดื่มง่าย รสนุ่ม ทำให้ดื่มได้เรื่อย ๆ คนที่ไม่ชอบความขมของกาแฟก็สามารถดื่มได้
3. กาแฟ Cold Brew มีคาเฟอีนเยอะไหม
ปริมาณคาเฟอีนของกาแฟสกัดเย็นจะขึ้นอยู่กับระยะเวลาในการแช่ด้วย ยิ่งแช่นานก็มีเวลาสกัดคาเฟอีนออกมามากขึ้น และการบดที่ละเอียดกว่าก็ทำให้ปริมาณสูงขึ้นด้วยเช่นกัน และกาแฟสกัดเย็นยังใช้ปริมาณเมล็ดกาแฟที่มากกว่ากาแฟที่ชงแบบอื่นราว 3 เท่า ดังนั้นกาแฟสกัดเย็นจึงมีปริมาณคาเฟอีนที่มากกว่ากาแฟร้อนเพราะมีปริมาณเมล็ดกาแฟที่มากกว่า และคาเฟอีนจะถูกสกัดออกมาโดยตรง แต่มีความเป็นกรดน้อยกว่า จึงทำให้ดื่มง่าย ไม่ขม และสบายท้องกว่า
4. กาแฟ Cold Brew ควรแช่กี่ชั่วโมง
กาแฟสกัดเย็นจะใช้เวลาสกัด 8-24 ชั่วโมง แต่ระยะเวลาที่นิยมจะอยู่ที่ 12 ชั่วโมง ยิ่งแช่เมล็ดกาแฟเป็นเวลานานก็จะยิ่งทำให้ปริมาณคาเฟอีนเพิ่มสูงขึ้น ถึงแม้ว่าจะไม่มีรสขมที่มากขึ้นก็ตาม
5. Cold Brew Coffee อยู่ได้กี่วัน
กาแฟสกัดเย็นสามารถเก็บไว้ได้นาน เมื่อแช่กาแฟจนได้รสชาติที่พอใจแล้ว สามารถใส่ขวดแก้วและแช่ตู้เย็นเก็บไว้ได้นานถึง 2 สัปดาห์โดยรสชาติไม่เปลี่ยน ยังคงหอมอร่อยเหมือนตอนที่ชงเสร็จใหม่ ๆ
6. กาแฟ Cold Brew ไม่แช่เย็นได้ไหม
หากไม่แช่เย็นกาแฟสกัดเย็นก็มีโอกาสเสียได้ ควรอยู่นอกตู้เย็นไม่เกิน 6 ชั่วโมง และหลังจากนั้นรสชาติ และกลิ่นจะเปลี่ยนไป เพราะอุณหภูมิที่ 35 - 40 องศา เป็นภาวะที่เชื้อแบคทีเรียจะเติบโตได้ดี ดังนั้นต้องระวังเรื่องอุณหภูมิและความสะอาดของอุปกรณ์ให้มาก
7. กาแฟสกัดเย็นหรือ Cold brew เหมาะกับใคร
เนื่องจากกาแฟสกัดเย็นมีปริมาณกรดต่ำกว่ากาแฟร้อนทั่วไป ทำให้เหมาะกับคนที่มีปัญหาเรื่องกรดไหลย้อนหรือแสบร้อนกลางอกก็ดื่มได้สบาย ๆ นอกจากนี้ กาแฟสกัดเย็นยังเหมาะกับคนที่ชอบดื่มกาแฟเย็น เพราะสามารถทำเก็บไว้ในตู้เย็นได้นานหลายวัน
การทำกาแฟสกัดเย็น อร่อยง่าย ๆ แต่ต้องใจเย็น คุ้มค่ากับรสชาตินุ่มลึก!
ถ้าเคยลองทำกาแฟสกัดเย็น เองสักครั้ง จะรู้เลยว่ากาแฟแก้วนี้ไม่ได้มาแบบง่าย ๆ เพราะต้องใช้เวลาสกัดกันข้ามคืน แต่พอได้ลองแล้วก็จะเข้าใจเลยว่าทำไมหลายคนถึงชอบกาแฟสกัดเย็น เพราะรสชาติกาแฟที่ได้จะนุ่ม ดื่มง่าย ขมน้อย และมีกลิ่นหอมละมุนไม่แพ้เมนูกาแฟอื่น ๆ เลย อีกทั้งแม้ว่าจะเป็นเมนูที่ราคาสูงกว่าเมนูอื่น ๆ แต่สำหรับคอกาแฟหลายคนก็มองว่าคุ้มค่ากับรสชาติที่ได้ สำหรับใครที่อยากเริ่มต้นทำกาแฟดื่มเองที่บ้าน บอกเลยว่ามีอุปกรณ์ดี ๆ ช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้นเยอะ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องชงกาแฟแคปซูล เครื่องชงเอสเปรสโซ่ หรืออุปกรณ์กาแฟต่าง ๆ จาก BENO ที่ออกแบบมาให้ใช้งานง่าย มือใหม่ก็ทำได้ ช่วยให้ได้สนุกกับการชงกาแฟแก้วโปรดในแบบของตัวเองทุกวัน แถมยังประหยัดกว่าการออกไปซื้อกาแฟนอกบ้านบ่อย ๆ อีกด้วย
ไปสนุกกับการสร้างสรรค์กาแฟสูตรใหม่ ๆ ได้ทุกวัน พร้อมส่วนลดเต็ม ๆ 200 บาท เมื่อใช้โค้ด BENOA200 ที่ Shopee Thailand


