มอคค่า คือกาแฟที่ผสมเอสเปรสโซ่ เข้ากับช็อกโกแลต และนมสด ทำให้ได้รสชาติกลมกล่อม หอมกาแฟและมีความหวานนุ่มช็อกโกแลต ต่างจากลาเต้ที่เน้นความละมุนของนม และคาปูชิโน่ที่รสกาแฟจะเข้ม กับฟองนมหนา ๆ มอคค่าจะดื่มง่ายกว่า และถูกใจสายช็อกโกแลตสุด ๆ
เมนูที่ผสมผสานความเข้มข้นของกาแฟ กับความหวานละมุนของช็อกโกแลตได้อย่างลงตัวที่สุด ยังไงก็ต้องยกให้ มอคค่า (Mocha) ที่หลายคนอาจเคยสั่งดื่มบ่อย ๆ แต่ยังไม่รู้ว่าจริง ๆ แล้วเมนูนี้มีสตอรี่ความเป็นมายังไง วันนี้ Beno จะพาทุกคนไปไขข้อสงสัยว่ากาแฟมอคค่า คืออะไร? มีส่วนผสมหลักอะไรบ้าง และแตกต่างจากลาเต้หรือคาปูชิโน่ยังไง พร้อมแชร์สูตรชงมอคค่าร้อน - เย็นแบบทำง่าย ๆ ที่บ้านแต่อร่อยเหมือนไปกินที่ร้าน ตามไปหาคำตอบ และดูเทคนิคการชงให้อร่อยกันได้เลย!
กาแฟมอคค่า คืออะไร?

มอคค่า คือกาแฟเอสเปรสโซ่ช็อต ผสมกับช็อกโกแลตไซรัปหรือผงโกโก้ แล้วใส่น้ำเชื่อม นม หรือครีมลงไป ก็จะได้รสชาติที่กลมกล่อม ดื่มง่าย บางร้านก็เพิ่มความฟินด้วยวิปครีม หรือท็อปปิ้งอื่น ๆ ราดซอสช็อกโกแลต หรือโรยช็อกโกแลตชิปเพิ่มเนื้อสัมผัสให้เคี้ยวกรุบ ๆ เข้าไปอีก บอกเลยใครได้ลองก็ต้อง
ต้นกำเนิดมอคค่ามากจากไหน
คำว่า มอคค่า (Mocha) มีต้นกำเนิดมาจากเมืองท่าชื่ออัลมาคา (al-Makha) หรือมอคค่า (Mocha, Mokka หรือ Mokha) ในประเทศเยเมน ที่เคยเป็นศูนย์กลางการค้ากาแฟชื่อดังของโลกช่วงศตวรรษที่ 15 ถึงต้นศตวรรษที่ 18 สมัยนั้นเมล็ดกาแฟอาราบิก้าที่ส่งออกจากเมืองนี้จะถูกเรียกว่า “กาแฟมอคค่า” กลายสายพันธุ์กาแฟอาราบิก้าที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงที่สุด เพราะแตกต่างจากเมล็ดกาแฟอาราบิก้าสายพันธุ์อื่น ด้วยสีสันที่โดดเด่น มีสีเขียวอมเหลือง และให้กลิ่นและรสช็อกโกแลตผสมกับกลิ่นดิน แตกต่างจากกาแฟอาราบิก้าอื่น ๆ ที่ให้กลิ่นผลไม้ เมล็ดกาแฟมอคค่าจึงเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก
หลังจากนั้นก็เริ่มมีการสร้างสรรค์เมนูกาแฟใหม่ ๆ มากขึ้น รวมถึงเมนูกาแฟมอคค่าด้วย เป็นการเอาเอสเปรสโซ่มาผสมกับช็อกโกแลต นม และฟองนมหรือวิปครีม และในช่วงปี 1892 ประเทศอเมริกาก็เริ่มใช้คำว่า Caffè Mocha หรือกาแฟมอคค่า เรียกเมนูกาแฟที่มีส่วนผสมของช็อกโกแลต อีกทั้งในตอนนี้มอคค่า ก็ไม่ได้หมายถึงเมล็ดกาแฟที่มาจากเยเมน แต่หมายถึงเมนูกาแฟที่มีการผสมช็อกโกแลตแบบต่าง ๆ ลงไป
มอคค่า มีรสชาติอย่างไร
มอคค่า เป็นเมนูกาแฟที่มีรสชาตินุ่มนวล ดื่มง่าย และเข้าถึงคนได้ทุกคน รสชาติของช็อกโกแลตจะเข้ามาเบลนด์กับกาแฟอย่างลงตัว เกิดเป็นรสชาติขมอ่อน ๆ ที่กลมกล่อม ไม่แรงจนเกินไป ทำให้กลิ่นและรสของกาแฟดูละมุนขึ้น เหมาะมากสำหรับคอกาแฟที่อยากเริ่มดื่มกาแฟแต่ไม่ชอบรสเข้มจัด นอกจากนี้การเติมนมสดยังช่วยเพิ่มความครีมมี่ ทำให้รสชาตินุ่มละมุนขึ้นอีก แถมยังมีกลิ่นหอมหวานของช็อกโกแลตผสมกับกลิ่นกาแฟคั่วที่หอมแบบลงตัว ทำให้มอคค่า เป็นเมนูกาแฟที่หลายคนชอบ โดยเฉพาะคนที่เพิ่งเริ่มดื่มกาแฟ หรือคนที่ไม่ค่อยถูกกับกาแฟรสเข้มจัด แก้วเดียวได้ทั้งความหอม ความนุ่ม และความละมุนแบบกำลังดี
กาแฟมอคค่า สรุปใช้โกโก้ หรือ ช็อคโกแลต?
เมนูมอคค่ามักใช้ช็อกโกแลต ในรูปแบบของซอสหรือช็อกโกแลตแท้ เพื่อให้ได้รสชาติหวานมันและกลิ่นหอมที่ชัดเจนมากกว่าการใช้โกโก้เพียว ๆ เพราะโกโก้คือผงที่ได้จากเมล็ดโกโก้ที่ผ่านกระบวนการอบแห้งและบด ส่วนช็อกโกแลตนั้นผ่านขั้นตอนเพิ่มน้ำตาลและไขมัน ทำให้ช็อคโกแลตมีความหวานและเนื้อสัมผัสที่นุ่มนวลกว่า นอกจากนี้ การใช้ช็อกโกแลตแท้ยังช่วยให้กาแฟมอคค่ามีความสมดุลของรสชาติที่ซับซ้อน ทั้งความขมของกาแฟ ความหวานและความนุ่มของช็อกโกแลต
แม้กาแฟมอคค่าจะเน้นใช้ช็อกโกแลตแท้เพื่อรสชาติที่กลมกล่อมและซับซ้อน แต่ก็มีบางร้านที่เลือกผสมผงโกโก้ลงไปด้วย เพื่อเพิ่มความเข้มข้นและกลิ่นหอมของโกโก้แบบดั้งเดิม หรือเพื่อลดต้นทุนและตอบโจทย์ลูกค้าที่ชอบรสชาติแบบเข้มข้นแต่ไม่หวานมาก แต่บางร้านก็ทำเพราะอยากได้รสชาติที่เฉพาะตัว สรุปคือ ไม่มีผิดไม่มีถูก ขึ้นอยู่กับว่าเราชอบสไตล์ไหนมากกว่า
เมนูมอคค่า หลากหลายสไตล์

1. ไวท์มอคค่า (White Mocha)
แทนที่จะใช้ช็อกโกแลตดำ จะใช้ช็อกโกแลตขาว (White chocolate) ซึ่งมีรสชาติหวานละมุนกว่ามอคค่าปกติ โดยยังคงความหอมของกาแฟและความมันของนม
2. มอคค่าคาราเมล (Caramel Mocha)
เพิ่มซอสคาราเมล ลงไปเพื่อเพิ่มความหวานและรสชาติที่อร่อยมากขึ้น มักจะมีรสชาติหวานหอมของคาราเมลผสมกับความเข้มของกาแฟและช็อกโกแลต
3. มอคค่ามินต์ (Mint Mocha)
เพิ่มรสชาติของมินต์ (สะระแหน่) ลงไปในมอคค่า มีรสชาติที่สดชื่นและหอมกลิ่นมินต์ เสริมด้วยรสช็อกโกแลตที่หวานมัน เป็นตัวเลือกยอดนิยมในช่วงเทศกาล
4. วีแกนมอคค่า (Vegan Mocha)
สำหรับผู้ที่ไม่ทานผลิตภัณฑ์จากนม สามารถใช้นมทางเลือก เช่น นมอัลมอนด์ นมข้าวโอ๊ต หรือนมมะพร้าว แทนสามารถเลือกใช้ช็อกโกแลตที่ไม่มีส่วนผสมของนม (Dark Chocolate) เพื่อให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์มังสวิรัติ
เมล็ดกาแฟแบบไหน ที่เหมาะกับกาแฟมอคค่า
ถ้าอยากให้มอคค่า ออกมาหอม เข้ม และเข้ากับความหวานของช็อกโกแลตได้ลงตัว การเลือกเมล็ดกาแฟถือว่าสำคัญมาก ส่วนใหญ่แล้วเมล็ดกาแฟที่เหมาะกับเมนูมอคค่า มักจะเป็นเมล็ดคั่วกลางถึงคั่วเข้ม (Medium to Dark Roast) เพราะให้รสกาแฟที่เข้มข้น มีโทนช็อกโกแลต ถั่ว หรือคาราเมล เข้ากันได้ดีกับช็อกโกแลตและนม ดื่มแล้วรู้สึกว่ามีทั้งความหอมของกาแฟ และความนุ่มหวานของช็อกโกแลตไปพร้อมกัน
วิธีทำมอคค่าเย็น พร้อมสูตรมอคค่า

เมนูกาแฟมอคค่านิยมดื่มทั้งแบบร้อนและเย็น แต่ด้วยอากาศที่ร้อนระอุในประเทศไทย มอคค่าเย็นจึงเป็นที่นิยมในหมู่คอกาแฟชาวไทย และกาแฟมอคค่าเย็นมีวิธีชงอย่างไรให้อร่อย
ส่วนผสมของกาแฟมอคค่าเย็น
- เอสเปรสโซ่ช็อต 60 มล. (2 ช็อต)
- นมสด 60 มล. (2 ช็อต)
- ช็อกโกแลตไซรัป 30 มล.
- น้ำแข็ง
- ผงโกโก้ (ตามชอบ)
- วิปปิ้งครีม (ตามชอบ)
- ฟองนม (ตามชอบ)
วิธีทำเมนูมอคค่าเย็น
1. เตรียมกาแฟเอสเปรสโซ่ 60 มล. (2 ช็อต)
2. ผสมกาแฟกับช็อกโกแลตไซรัป และผงโก้โก้ให้เข้ากัน
3. เติมนมสด 60 มล. แล้วคนให้เข้ากันอีกครั้ง
4. เตรียมแก้วใส่น้ำแข็ง และนำส่วนผสมเทลงไป
5. แต่งหน้าด้วยวิปครีมหรือฟองนมตามชอบ
วิธีทำมอคค่าร้อน พร้อมสูตรมอคค่า

มอคค่าร้อนเพิ่มความนุ่มละมุนด้วยนมอุ่น พร้อมช็อกโกแลตไซรัปผงโกโก้หรือช็อกโกแลตชิปที่ชื่นชอบ ให้รสชาติที่เข้มข้นของกาแฟและช็อกโกแลต
ส่วนผสมของกาแฟมอคค่าร้อน
- เอสเปรสโซ่ช็อต 60 มล. (2 ช็อต)
- นมสด 120 มล.
- ช็อกโกแลตไซรัปหรือเมเปิลไซรัป 30 มล.
- ช็อกโกแลตชิป 1 ช้อนโต๊ะ
- วิปปิ้งครีม (ตามชอบ)
วิธีทำเมนูมอคค่าร้อน
1. เตรียมกาแฟเอสเปรสโซ่ 60 มล. (2 ช็อต)
2. ใส่ช็อกโกแลตชิปลงในกาแฟ
3. อุ่นนมให้ร้อนแล้วผสมลงในกาแฟ
4. ใส่ช็อกโกแลตไซรัปหรือเมเปิลไซรัปแล้วคนให้เข้ากัน
5. ตกแต่งด้วยวิปครีม
แกะรอยสูตรเด็ด! เคล็ดลับชงมอคค่าให้อร่อย ขึ้นอยู่กับอะไรบ้าง?

1. กาแฟ (Espresso)
เอสเปรสโซ่คือตัวตั้งต้นของกาแฟมอคค่า ควรใช้เมล็ดคั่วกลาง–เข้มที่สดใหม่ ให้รสเข้ม มีบอดี้แน่น และไม่เปรี้ยวโดด เพราะถ้ากาแฟอ่อนหรือรสเบาไป ช็อกโกแลตจะกลบหมด จนมอคค่าเสียบาลานซ์
2. ช็อกโกแลต (Chocolate & Chocolate Sauce)
เลือกใช้ดาร์กช็อกโกแลตคุณภาพดี หรือซอสช็อกโกแลตเข้มข้น ไม่หวานจัดจนกลบรสกาแฟ หรือถ้าจะใช้ผงโกโก้ก็ควรเป็นแบบ Dutch process ที่มีความกลมกล่อม ไม่เปรี้ยวฝาด การเลือกวัตถุดิบตรงนี้คือหัวใจของรสชาติที่นุ่มแต่มีน้ำหนัก
3. นม (Milk & Milk Foam)
นมสดที่ดีควรมีไขมันพอเหมาะ (เช่น Whole Milk) หรือนม Plant-Based สูตร Barista ที่ตีฟองง่าย ฟองนมต้องเนียนละเอียด ไม่หยาบหรือเหลวจนกลบสัมผัสกาแฟ การสตรีมนมควรอยู่ในช่วง 60–65°C เพื่อคงรสครีมมี่โดยไม่ไหม้
4. ลำดับขั้นตอน
ชงเอสเปรสโซ่ให้ร้อน ละลายช็อกโกแลตลงไปให้กลมกลืนก่อน แล้วจึงรินนมลงอย่างนุ่มนวล การจัดลำดับนี้สำคัญมาก เพราะถ้าใส่ผิดจังหวะ รสชาติอาจแยกชั้นหรือไม่บาลานซ์ ทำให้กาแฟมอคค่าขาดความกลมกล่อมที่ควรจะเป็น
5. เครื่องชงกาแฟคุณภาพ
เครื่องชงกาแฟและเครื่องบดกาแฟที่มีแรงดันและความแม่นยำสม่ำเสมอ จะช่วยดึงรสชาติจากกาแฟออกมาได้เต็มที่ ยิ่งถ้ามีสตรีมเมอร์ดี ๆ จะทำให้นมตีออกมาเนียนฟู ลื่นลิ้น และเป็นหัวใจของฟีลลิ่ง “มืออาชีพ” ที่สัมผัสได้ตั้งแต่จิบแรก
มอคค่าแตกต่างจากเมนูกาแฟอื่น ๆ อย่างไร
มอคค่าแตกต่างจากเมนูกาแฟอื่นตรงที่มีส่วนผสมของช็อกโกแลต ไม่ว่าจะเป็นน้ำเชื่อม ช็อกโกแลตชิป หรือช็อกโกแลตไซรัป และยังใส่นม ได้รสชาติกาแฟไม่เข้มมาก มีความนุ่ม หอม หวานกำลังดี ดื่มง่ายกว่ากาแฟเมนูอื่น สามารถกินได้ทั้งแบบร้อน เย็น หรือปั่น
มอคค่าต่างจากลาเต้ยังไง
กาแฟมอคค่ากับลาเต้ต่างก็เป็นเมนูยอดนิยมของคอกาแฟ ลาเต้คือกาแฟใส่นมที่จะใส่ระดับชั้นฟองนม ลาเต้ประกอบด้วยเอสเปรสโซ่และนมอุ่น จากนั้นใส่ฟองนมบนกาแฟ ลาเต้จึงเป็นกาแฟที่มีรสชาตินุ่มนวล มีกลิ่นและรสของนมที่โดดเด่น ส่วนมอคค่านั้นเป็นกาแฟใส่นมและช็อกโกแลต จึงมีรสชาติที่เข้มขมดุดันกว่า
มอคค่าต่างจากคาปูชิโน่อย่างไร
คาปูชิโน่มีต้นกำเนิดมาจากอิตาลี ส่วนมอคค่ามีต้นกำเนิดมาจากเยเมน ทั้งสองอย่างเป็นเครื่องดื่มที่ทำจากเอสเปรสโซ่ แต่มอคค่าจะมีส่วนผสมของช็อกโกแลตด้วยและราดด้วยฟองนมหรือวิปครีมหรือไม่ก็ได้ ส่วนคาปูชิโน่นั้นจะผสมนมสดและราดด้วยฟองนม จากนั้นอาจตกแต่งด้วยผงโกโก้หรือผงซินนามอนโรยบนฟองนมอีกที
|
เมนูกาแฟ |
ส่วนผสม |
สัดส่วน |
รสชาติ |
|
มอคค่า |
เอสเปรสโซ่ + ช็อกโกแลต + นม |
กาแฟ นม และช็อกโกแลตในปริมาณใกล้เคียงกัน ต่างกันไม่มาก |
รสกาแฟเข้มปานกลาง มีความหวานของช็อกโกแลตช่วยให้ดื่มง่าย |
|
ลาเต้ |
เอสเปรสโซ่ + นม + ฟองนมบาง ๆ |
จะมีสัดส่วนของนมมากกว่ากาแฟ โดยมีนมถึง 2 ใน 3 ส่วน |
นุ่ม ๆ นม ๆ รสกาแฟค่อนข้างเบา ดื่มง่ายและไม่ขมมาก |
|
คาปูชิโน่ |
เอสเปรสโซ่ + นม + ฟองนมหนานุ่ม |
แบ่งสามส่วนเท่ากัน กาแฟ 1 ส่วน นม 1 ส่วน และฟองนม 1 ส่วน |
กาแฟมีความเข้ม จิบแล้วได้สัมผัสฟองนมหนานุ่มเต็มปาก เต็มคำ |
มอคค่า ใช้ช็อกโกแลต หรือโกโก้แบบไหน
มอคค่า ที่อร่อยรสชาติเข้มข้นถึงใจ เคล็ดลับไม่ได้อยู่ที่กาแฟเพียงอย่างเดียว แต่ ช็อกโกแลตหรือโกโก้ นี่แหละคือตัวช่วยสำคัญที่หลายคนมองข้าม แนะนำให้ลองเลือกใช้ดาร์กช็อกโกแลตที่มีปริมาณโกโก้ 60–70% ขึ้นไป หรือใช้ผงโกโก้แบบ Dutch-Process เพราะโกโก้หรือช็อกโกแลตคุณภาพดีจะช่วยให้รสชาติมอคค่าดูเข้มลึกขึ้น ผสมกับช็อตเอสเปรสโซ่แล้วได้ความกลมกล่อม หอมละมุน และมีรสขมปนหวานนิด ๆ ใครได้ลองก็ต้องติดใจแน่นอน
มอคค่า เหมาะกับใคร
มอคค่า เหมาะกับคนที่อยากดื่มกาแฟ แต่ไม่อยากเจอรสชาติเข้ม ๆ ขม ๆ ของกาแฟ เพราะเมนูนี้จะมีทั้งกาแฟ นม และช็อกโกแลต เลยทำให้รสออกมานุ่ม หวาน หอม ดื่มง่ายมาก ใครที่เป็นสายหวาน ชอบกลิ่นช็อกโกแลต หรืออยากได้กาแฟที่ฟีลเหมือนดื่มขนม ก็จะถูกใจกับมอคค่า เป็นพิเศษ นอกจากนี้ยังเหมาะกับมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มดื่มกาแฟ หรือคนที่อยากเปลี่ยนจากกาแฟดำ มาเป็นกาแฟนม มอคค่า ก็ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ได้ดีเลย
มอคค่า มีคาเฟอีนเท่าไหร่
ปริมาณคาเฟอีนในกาแฟมอคค่า ไม่ได้ตายตัว แต่จะขึ้นอยู่กับจำนวนช็อตเอสเปรสโซ่ ที่ใช้เป็นหลัก โดยทั่วไป มอคค่า 1 แก้วขนาดประมาณ 12 ออนซ์ จะมีคาเฟอีนเฉลี่ยราว 70 - 120 มิลลิกรัม ซึ่งพอ ๆ กับลาเต้หนึ่งแก้ว นอกจากคาเฟอีนจากกาแฟแล้ว ในมอคค่า ยังมีคาเฟอีนเล็กน้อยจากโกโก้หรือช็อกโกแลตที่ผสมอยู่ด้วย
เมนูมอคค่า คือกาแฟแก้วโปรดของคนรักกาแฟและช็อคโกแลต
ตอนนี้มอคค่า คือเมนูกาแฟที่หลายคาเฟ่เอามาครีเอทเป็นเมนูใหม่ ๆ มากขึ้น แค่กาแฟกับช็อกโกแลตก็อร่อยอยู่แล้ว พอเพิ่มท็อปปิ้งเข้าไป ทั้งวิปครีม ช็อกโกแลตชิป มาร์ชเมลโลว์เบิร์นหนุบ ๆ หอม ๆ หรือ ส่ไซรัปวนิลา คาราเมล เพิ่มความนัวให้อร่อยขึ้น หรือจะแอดไอศกรีมลงบนมอคค่าร้อนก็ได้ฟิลไปอีกแบบ ใครที่ชอบครีเอทเมนูกาแฟก็ลองเอาไอเดียนี้ไปลองทำมอคค่าในสไตล์ที่ตัวเองชอบดูนะ
แต่ถ้าอยากได้กาแฟรสชาติเป๊ะแบบที่เราชอบ ต้องลองชงเองด้วยเครื่องชงกาแฟจาก Beno เลย! สามารถเลือกเมล็ด ปรับระดับการบด จนถึงอุณหภูมิน้ำก็ทำได้หมด ตอนนี้ยังมีโปรลดเพิ่ม 200 บาท แค่ใส่โค้ด BENOA200 ที่ Shopee Thailand ใครกำลังอยากเข้าวงการชงกาแฟเอง ลองเข้าไปดูรายละเอียดเครื่องชง Beno รุ่นต่าง ๆ ได้เลย หรือจะทัก LINE ไปคุยกับบาริสต้าของ Beno ก่อนก็ได้ แอดเลย @beno
