"อโรม่า" หรือกลิ่นหอมของกาแฟแต่ละแก้วนั้นมีความแตกต่างกัน นอกเหนือจากรสชาติที่กลมกล่อมแล้ว กลิ่นหอมของกาแฟยังเป็นปัจจัยสำคัญที่สร้างความประทับใจและทำให้เราหลงใหลในรสชาติของกาแฟอโรม่าแต่ละแก้วได้อย่างไม่น่าเชื่อ แต่กว่าจะได้สัมผัสกับกลิ่นหอมอันน่าหลงใหลเหล่านี้ มันผ่านกระบวนการอะไรมาบ้าง? อะไรคือปัจจัยที่ส่งผลต่อกลิ่นอายของกาแฟอโรม่าแต่ละแก้ว? และเราจะทำอย่างไรจึงจะดึงเอากลิ่นของกาแฟอโรม่าอันทรงพลังเหล่านี้ออกมาได้อย่างเต็มที่? ไปดูกัน!
อโรม่า (Aroma) ในกาแฟ คืออะไร?

Aroma คือกลิ่นของกาแฟ ซึ่งเป็นสิ่งแรกที่เราจะได้สัมผัสก่อนรสชาติเสียอีก ถือเป็นความประทับใจแรก ซึ่งอโรม่าจะเป็นสารระเหยในกาแฟที่เกิดขึ้นจากปฏิกริยาในตอนคั่ว ซึ่งเมล็ดกาแฟแต่ละสายพันธุ์จะมีกลิ่นแตกต่างกัน เช่น กลิ่นคล้ายดอกไม้ floral กลิ่นผลไม้ (Fruity) กลิ่นคาราเมล (Caramel) หรือ ช็อคโกแลต (Chocolate)
กาแฟคือ ผลที่ได้จากต้นไม้ชนิดหนึ่งที่นำมาผ่านกรรมวิธีเพื่อให้ได้เป็นเมล็ดกาแฟคั่วบด ดังนั้นกาแฟแต่ละต้นก็ให้รสชาติหรือกลิ่นที่แตกต่างกันเช่นเดียวกับผลไม้แต่ละลูกที่มีรสชาติต่างกัน โดยเฉพาะที่บดสดใหม่จะให้กลิ่นที่หอมและดีกว่ากาแฟที่บดเก็บไว้นานแล้วเพราะสารระเหยที่อยู่ในเมล็ดกาแฟที่บดไว้เมื่อเวลาผ่านไปก็จะระเหยออกไปมากทำให้กลิ่นจืดจางลง ดังนั้นกาแฟสดจึงมีอโรม่าที่ชัดเจนกว่านั่นเอง
ความสำคัญของอโรม่าในเครื่องดื่มกาแฟ
อโรม่าหรือกลิ่นนอกจากช่วยสร้างความประทับใจแล้ว ยังช่วยให้ผ่อนคลาย ชวนหลงใหล ทำให้อยากดื่มกาแฟ และเมื่อดื่มแล้วก็รู้สึกสดชื่น อยากดื่มอีก แต่ถ้ากาแฟนั้นมีกลิ่นที่ไม่ดีหรือไม่พึงประสงค์ เช่น กลิ่นอับ กลิ่นเหม็นเขียว กลิ่นไหม้ ก็จะทำให้ไม่อยากดื่มกาแฟแก้วนั้น
ปัจจัยที่ส่งผลให้อโรม่าในกาแฟแตกต่างกัน

1. แหล่งเพาะปลูกหรือสายพันธุ์กาแฟ
กาแฟที่มาจากแหล่งเพาะปลูกทีแตกต่างกันก็จะให้กลิ่นที่ต่างกัน โดยกลิ่นของกาแฟที่มาจากเขตร้อน เช่น ไทย ลาว อินโดนีเซีย มักจะมีกลิ่นไอดินหรือควันดิน ส่วนกาแฟที่ปลูกในแถบแอฟริกา เช่น เคนย่า เอธิโอเปีย ฯลฯ จะให้กลิ่นผลไม้ ดอกไม้ หรือสมุนไพร สำหรับกลิ่นถั่ว กลิ่นช็อคโกแลตหรือกลิ่นคาราเมล มักจะพบในกาแฟที่ปลูกในแถบละตินอเมริกา เช่น เม็กซิโก โคลัมเบีย และบราซิล เป็นต้น
2. ระดับการคั่วเมล็ดกาแฟ
นอกจากสายพันธุ์ของเมล็ดกาแฟแล้ว ระดับการคั่วของเมล็ดกาแฟจะทำให้สารระเหยหรือกลิ่นที่ระเหยออกมาจากเมล็ดกาแฟมีความแตกต่างกัน ส่วนใหญ่กลิ่นผลไม้ ดอกไม้ จะเกิดกับเมล็ดคั่วอ่อน เพราะกรดในเมล็ดกาแฟยังคงอยู่ เมื่อคั่วถึงระดับกลางโมเลกุลน้ำตาลในเมล็ดกาแฟจะทำปฏิกิริยากับความร้อนทำให้ได้กลิ่นคาราเมล กลิ่นถั่วหรือกลิ่นช็อคโกแลต แต่เมล็ดกาแฟบางชนิดก็ยังให้กลิ่นเปรี้ยวอยู่บ้าง ส่วนการคั่วเข้มมักจะให้กลิ่นไม้ กลิ่นสมุนไพร กลิ่นมอลต์หรือกลิ่นไหม้ แต่ถ้าคั่วเข้มมากเกินไปก็จะทำให้กลิ่นอโรม่าในเมล็ดกาแฟหายไป กลายเป็นกลิ่นไหม้
3. อุณหภูมิของน้ำที่ใช้ชงกาแฟ
อุณหภูมิของน้ำที่ร้อนกว่าจะสกัดเอาสารที่อยู่ในกาแฟออกมาได้มากกว่า ส่งผลต่อกลิ่นและรสชาติของกาแฟ หากใช้น้ำอุณหภูมิต่ำ สารต่าง ๆ ในเมล็ดกาแฟจะถูกสกัดออกมาได้ไม่เต็มที่ จึงต้องใช้เวลามากกว่าในการสกัดสารเหล่านั้นออกมา หากใช้น้ำอุณหภูมิต่ำจึงต้องสกัดโดยใช้ระยะเวลานาน โดยเฉพาะน้ำตาลจะถูกสกัดออกมาได้อย่างเต็มที่ ดังนั้นกาแฟที่ใช้วิธีการชงด้วยน้ำอุณหภูมิต่ำหรือกาแฟแบบสกัดเย็น จึงทำให้กาแฟมีรสหวานมากกว่า และยังให้กลิ่นคาราเมลชัดเจนกว่าอีกด้วย
ประเภทของอโรม่าในกาแฟที่พบได้บ่อย
กลิ่นหอมของกาแฟ หรืออโรม่าในกาแฟ ที่ทำให้หลายคนหลงใหลกาแฟตั้งแต่ได้กลิ่น และแต่กลิ่นแบบนี้ไม่ได้มีแค่แบบเดียวเท่านั้นนะ เพราะเกิดจากสารประกอบธรรมชาติกว่า 800 ชนิดที่ผสมผสานกันจนเกิดกลิ่นเฉพาะตัวของกาแฟ เรามาดูกันดีกว่าว่ามีอโรม่าในกาแฟที่เราพบได้บ่อย ๆ นั้นมีอะไรบ้าง
-
กลิ่นผลไม้ (Fruity Aroma) : อโรม่าในกาแฟ กลิ่นผลไม้ที่จะชอบเจอในเมล็ดกาแฟอาราบิก้า กลิ่นจะคล้ายเบอร์รี แอปริคอต หรือส้ม ทำให้ดื่มแล้วรู้สึกเปรี้ยว ๆ หวาน ๆ สดชื่น
-
กลิ่นดอกไม้ (Floral Aroma) : กลิ่นดอกไม้จะละมุน ๆ นุ่ม ๆ เหมือนมีกลิ่นมะลิหรือกุหลาบลอยขึ้นมา
-
กลิ่นถั่ว (Nutty Aroma) : กลิ่นที่ช่วยทำให้กาแฟดื่มง่าย กลิ่นละมุน เช่น อัลมอนด์ เฮเซลนัท
-
กลิ่นช็อกโกแลตและคาราเมล (Chocolate & Caramel Aroma) : อโรม่าในกาแฟกลิ่นนี้ จะมีความหวานหอมละมุนแบบคาราเมล และช็อกโกแลต ดื่มแล้วจะได้ความอบอุ่น กลมกล่อม
- กลิ่นสมุนไพรและเครื่องเทศ (Herbal & Spicy Aroma) : อโรม่าในกาแฟ กลิ่นสมุนไพรและเครื่องเทศ จะมีความหอมกลิ่นอบเชย กานพลู โรสแมรี หรือสมุนไพรป่าเบา ๆ มีมิติซับซ้อน
ความแตกต่างระหว่าง Aroma vs Aftertaste

หลายคนสับสนระหว่าง อโรม่าในกาแฟ กับอาฟเตอร์เทสต์ แท้จริงแล้วทั้งสองคือคนละเรื่องกันเลย อโรม่าในกาแฟ คือกลิ่นหอมที่รับรู้ก่อนดื่ม หรือระหว่างยกแก้วขึ้นมา เกิดจากการดมและการรับรู้กลิ่นผ่านจมูก ส่วนอาฟเตอร์เทสต์ คือรสชาติที่ยังคงอยู่ในปากหลังดื่มเสร็จ บางแก้วกลิ่นอาจหอมฟรุ๊ตตี้ แต่รสอาฟเตอร์เทสต์กลับหวานละมุนหรือขมเข้ม การเข้าใจความต่างของสองอย่างนี้ จะช่วยให้เลือกและวิเคราะห์กาแฟได้ดีขึ้นไปอีกระดับ
4 วิธีการชงกาแฟที่ช่วยดึงอโรม่าในกาแฟออกมาได้ดี
1. Pour Over (การดริปกาแฟ)
การดริปกาแฟเป็นวิธีที่ดึง อโรม่าในกาแฟ ออกมาได้ชัดที่สุดวิธีหนึ่ง เพราะเป็นการสกัดแบบค่อย ๆ สิ่งสำคัญคือการรินน้ำให้เสถียรและใช้น้ำร้อนในช่วง 90–96°C แล้ว Bloom ก่อนเริ่มดริปนิดนึง ก็จะได้กาแฟ aroma ตีขึ้นจมูก
2. เฟรนช์เพรส (French Press)
วิธีง่าย ๆ แค่แช่แล้วกด แต่เรื่องกลิ่นก็ทำได้ดีเหมือนกัน อโรม่าในกาแฟหอมออกมาแบบเต็ม ๆ ทำให้เวลาดื่มจะรู้สึกถึงกลิ่นหอม ๆ ที่ซับซ้อนของกาแฟ
3. เอสเปรสโซ่ (Espresso)
การชงแบบเอสเปรสโซ่แรงดันสูงช่วยดึง อโรม่าในกาแฟ ออกมาทั้งแบบฟลอรัล ผลไม้ ยันโทนช็อกโกแลตแบบเข้ม ๆ ขึ้นอยู่กับเมล็ดเลย จุดสำคัญคือความละเอียดของผงกาแฟ และเวลาในการสกัด ถ้าทำออกมาได้ดีจะให้ทั้งกลิ่นที่หอมฟุ้ง และเกิดครีมม่า
4. หม้อต้มกาแฟ (Moka Pot)
การชงแบบใช้ไอน้ำดันน้ำร้อนขึ้นมา ให้กลิ่นและรสชาติแบบกึ่ง Espresso และกึ่ง Drip ทำให้ได้ อโรม่าในกาแฟ ที่เข้มแต่ยังมีความหอมละมุน
แนะนำเมล็ดกาแฟที่ให้อโรม่าหอม
ปัจจุบันมีเมล็ดกาแฟหลายยี่ห้อในท้องตลาด และแต่ละยี่ห้อหรือแต่ละสายพันธุ์ก็ให้กลิ่นหอมและมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างกัน วันนี้จะมาแนะนำเมล็ดกาแฟที่ให้กลิ่นหอมกรุ่น ชวนดื่ม ใครสนใจตัวไหนก็ไปหาลองดื่มกันได้ไม่ยาก

1. Weekday Coffee Drip Roaster
Weekday Coffee Drip Roaster เป็นเมล็ดกาแฟจาก Beno ที่มาจากพื้นที่เพาะปลูกในประเทศไทย จากพื้นที่ดอยหลวง ซึ่งมีรสชาติที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ด้วยกลิ่นที่หอมคล้ายคาราเมล และช็อคโกแลต ผสมผสานกับกลิ่นนัตตี้ ทำให้ครองใจนักดื่มหลายคน เป็นกาแฟที่ให้กลิ่นสดชื่น พร้อมที่จะต่อสู้กับวันใหม่ และมีรสชาตินุ่ม กลมกล่อม เหมาะกับการเป็นกาแฟที่ช่วยรีเฟรชเพิ่มพลังในตอนเช้า
2. เมล็ดกาแฟ Bluekoff กลิ่น Brazil Cerrado Natural Fine Cup
เป็นเมล็ดกาแฟคั่วสายพันธุ์พิเศษที่มาจากประเทศบราซิล ให้กลิ่นหอมอ่อน ๆ รสชาติหวาน อมเปรี้ยว แต่ก็ยังมีความเข้มข้นของเมล็ดกาแฟ เหมาะสำหรับการทำเป็นกาแฟดริป ที่จะได้รสชาติเปรี้ยวและดึงความหวานของเมล็ดกาแฟออกมาได้มาก
3. Weekend coffee
Weekend coffee อีกหนึ่งกาแฟของ Beno เป็นเมล็ดกาแฟคั่วอ่อนพิเศษจากประเทศเอธิโอเปีย พื้นที่เยอกาเชฟ มีกลิ่นโดดเด่นหอมละมุนของดอกไม้ และผลไม้ มีรสชาติหวานของลิ้นจี่ มะม่วง พีช เมล่อน ตัดด้วยความเปรี้ยวเล็กๆ เหมือนกาแฟและส้ม ให้รู้สึกสดชื่น เมื่อได้กลิ่นก็รู้สึกผ่อนคลาย สามารถดื่มได้เรื่อย ๆ
Q&A 5 คำถามที่คนสงสัยเกี่ยวกับกลิ่นหอมอโรม่าในกาแฟ
1. ทำไมกาแฟคั่วใหม่ ๆ ถึงหอมมาก?
เมื่อกาแฟถูกคั่วใหม่ ๆ จะปล่อยสารเคมีที่มีน้ำมันกาแฟ ซึ่งมีส่วนในการสร้างกลิ่นหอมที่สดชื่นและเข้มข้น น้ำมันนี้มีสารประกอบที่ช่วยกระตุ้นการรับรู้กลิ่น เช่น คาเฟอีนและสารประกอบฟีนอล ที่เกิดขึ้นในกระบวนการคั่วกาแฟ ทำให้กาแฟคั่วใหม่ ๆ จะมีกลิ่นที่หอมสดและคมชัดกว่า
2. กลิ่นหอมของกาแฟมีผลต่อรสชาติไหม?
กลิ่นของกาแฟยังสัมพันธ์กับรสชาติและความเป็นกรดของกาแฟด้วย ตัวอย่างเช่น ถ้ากาแฟมีรสชาติเข้มข้นมาก กลิ่นก็จะสะท้อนถึงความเข้มข้นนั้นด้วย และถ้ากาแฟมีสภาพเป็นกรดก็จะมีกลิ่นเปรี้ยวด้วย
กลิ่นรสที่ละเอียดอ่อนบางอย่าง (เช่น กลิ่นสูง ๆ ชั่วขณะ) ของกาแฟจะปรากฏชัดเจนที่สุดในกลิ่น เนื่องจากประสาทสัมผัสของมนุษย์มีแนวโน้มที่จะทำงานประสานกัน กลิ่นจึงอาจส่งผลต่อลักษณะรสชาติ/ความรู้สึกของรสชาติกาแฟด้วย ซึ่งอาจละเอียดอ่อนมาก
3. ทำไมบางครั้งกาแฟบางแก้วถึงมีกลิ่นไม่พึงประสงค์?
กลิ่นไม่พึงประสงค์อาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น
- กาแฟเก่า: เมื่อกาแฟเก็บไว้นานเกินไป หรือละลายออกมาจากการเก็บรักษาในที่ไม่เหมาะสม ก็อาจส่งผลให้กลิ่นกาแฟเสื่อมลง
- การคั่วกาแฟผิดวิธี: การคั่วที่มากเกินไปหรือคั่วไม่สม่ำเสมอ อาจทำให้เกิดกลิ่นไหม้หรือกลิ่นขมที่ไม่พึงประสงค์
- ปัญหาจากเครื่องชงกาแฟ: การสะสมของคราบน้ำมันกาแฟในเครื่องชงกาแฟ อาจทำให้กาแฟมีกลิ่นเหม็นหืน
4. การเลือกเมล็ดกาแฟที่มีกลิ่นหอมที่สุดทำได้อย่างไร?
การเลือกเมล็ดกาแฟที่มีกลิ่นหอมดีที่สุดนั้นสามารถทำได้จากการเลือกเมล็ดที่มาจากแหล่งปลูกที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวในเรื่องของกลิ่นและรสชาติ เช่น กาแฟจากเอธิโอเปีย กาแฟคอสตาริกา หรือกาแฟบราซิล ซึ่งมักมีความหลากหลายของกลิ่นหอมที่โดดเด่น โดยควรเลือกเมล็ดกาแฟที่มีการคั่วในระดับที่พอดีและสดใหม่
5. วิธีการเก็บรักษากาแฟให้กลิ่นหอมอยู่ได้นาน
การเก็บกาแฟในภาชนะที่ปิดสนิทและเก็บในที่เย็นและมืดจะช่วยให้กลิ่นหอมคงอยู่ได้นานขึ้น ควรเก็บกาแฟในภาชนะที่ป้องกันการสัมผัสกับอากาศและแสงแดดโดยตรง เช่น การใช้กระป๋องปิดผนึก หรือถุงที่มีวาล์วระบายอากาศ เพื่อรักษาความสดของกาแฟ
กาแฟกลิ่นอโรม่า นี่แหละของจริงที่ทำให้กาแฟแก้วหนึ่งพิเศษขึ้นแบบรู้สึกได้ เพราะ อโรม่าในกาแฟ ไม่ได้เป็นแค่กลิ่นหอม แต่เป็นตัวบอกเลยว่าเมล็ดดีไหม แหล่งปลูกเป็นยังไง และชงมาดีแค่ไหน ถ้าอยากให้กลิ่นชัด รสครบ แนะนำให้เลือกเมล็ดกาแฟดี ๆ หรือเครื่องชงกาแฟที่บ้านที่ได้คุณภาพ จาก Beno มาพร้อมฟังก์ชันครบครัน รวมถึงอุปกรณ์ชงกาแฟอีกมากมาย และการช้อปสินค้าของ Beno ก็ง่ายมาก ๆ แค่เข้าแอป Shopee Thailand แล้วอย่าลืมใช้โค้ดเด็ด BENOA200 รับส่วนลดพิเศษไปเลย 200 บาท เข้าไปช้อปเลย แล้วมาทำให้กาแฟแก้วโปรดของทุกคนหอมกรุ่น ฟุ้งไปด้วยกลิ่นอโรม่ากว่าที่เคยด้วย Beno กันนะ
