มารู้จักกับกาแฟเอธิโอเปีย จุดกำเนิดกาแฟรสชาติเยี่ยมของโลก

กาแฟเอธิโอเปีย

กาแฟ เอธิโอเปีย คือกาแฟอาราบิก้าจากประเทศเอธิโอเปีย ถือว่าเป็นบ้านเกิดของกาแฟเลย จุดเด่นของกาแฟเอธิโอเปีย คือกลิ่นหอมฟรุตตี้ กับโทนดอกไม้ รสชาติจะออกเปรี้ยวสดใสคล้ายผลไม้ตระกูลเบอร์รีดื่มแล้วสดชื่น เบา ๆ แต่มีความซับซ้อนและมีมิติในตัวเอง ถือเป็นกาแฟที่ดื่มง่าย 

กาแฟที่ทั้งหอม ซับซ้อน และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวต้องยกให้ กาแฟเอธิโอเปีย นี่คือแหล่งกำเนิดของกาแฟสายพันธุ์อาราบิก้าที่เก่าแก่ที่สุดในโลกเลย รสชาติของกาแฟมีความแตกต่างจากกาแฟจากประเทศอื่น ๆ ทำให้ทุกแก้วมีคาแรกเตอร์ที่พิเศษ ใครที่เริ่มอยากลองเปิดโลกกาแฟหรืออยากหาอะไรใหม่ ๆ ที่ไม่จำเจ กาแฟเอธิโอเปียคือหนึ่งในตัวเลือกที่ควรลองสักครั้ง  และวันนี้เราจะพาทุกคนไปดูว่ากาแฟเอธิโอเปีย รสชาติเป็นยังไง และมีที่มาจากแหล่งเพาะปลูกไหนบ้าง รวมถึงมีวิธีชงแบบไหนที่จะช่วยดึงความหอมกับรสชาติของกาแฟออกมาให้อร่อยลงตัวที่สุด

 

สรุปทุกเรื่อง กาแฟเอธิโอเปีย ต้นกำเนิดกาแฟที่ดีที่สุด 

  • กาแฟเอธิโอเปีย : คือสุดยอดเมล็ดกาแฟชั้นดี ต้นกำเนิดของกาแฟอาราบิก้าที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ขึ้นชื่อเรื่องกลิ่นหอมและรสชาติซับซ้อน 

  • จุดเด่น : กาแฟเอธิโอเปีย ส่วนใหญ่มีกลิ่นดอกไม้ ผลไม้ตระกูลเบอร์รี และซิตรัส พร้อมรสเปรี้ยวสดใสและความหวานที่ปลายลิ้น

  • แหล่งเพาะปลูก : ยอดนิยม 3 ภูมิภาค ได้แก่ Yirgacheffe, Sidamo และ Harrar ซึ่งแต่ละพื้นที่ให้รสชาติไม่เหมือนกัน

  • วิธีชงที่ดึงรสชาติได้ดี : มีให้เลือกหลายแบบ ทั้งดริปที่ดึงกลิ่นได้ดี เฟรนช์เพรสที่ให้รสเข้มข้น หรือเอสเปรสโซ่ที่สะดวกรวดเร็ว เลือกได้ตามสไตล์ที่ชอบ  

  • เหมาะกับ : มือใหม่ที่อยากลองกาแฟรสชาติใหม่ ๆ มีมิติ และคอกาแฟตัวจริง

 

กาแฟเอธิโอเปีย คืออะไร

 

กาแฟเอธิโอเปีย คืออะไร

 

กาแฟเอธิโอเปีย คือ เมล็ดกาแฟที่ได้ชื่อว่าเป็นต้นตำรับของกาแฟอาราบิก้า (Arabica) ทั่วโลกเลยก็ว่าได้ นอกจากนี้ยังเป็นเมล็ดกาแฟที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวสูง ต้นกาแฟของที่นี่ส่วนใหญ่จะโตตามธรรมชาติบนภูเขาสูง สภาพอากาศดี ดินดี ทำให้รสชาติของเมล็ดกาแฟซับซ้อน มีกลิ่นมีรสหลายมิติ แถมยังเป็นกาแฟที่นิยมในกลุ่มกาแฟพิเศษ (Specialty Coffee) ทั่วโลก


กาแฟเอธิโอเปีย มีต้นกำเนิดมาจากไหน 

กาแฟเอธิโอเปีย ต้นกำเนิดจากประเทศเอธิโอเปีย ซึ่งกาแฟเอธิโอเปียในแต่ละภูมิภาค ก็จะให้รสชาติและมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างกัน โดยเริ่มต้นที่จังหวัด Kaffa จากชายที่ชื่อคาลดี (Kaldi) เป็นคนเลี้ยงแพะ ได้สังเกตว่าแพะที่กินผลเชอร์รี่เข้าไปมีความกระตือรือร้นผิดกับแพะอื่น ๆ คาลดีจึงได้นำเชอร์รี่เหล่านั้นไปให้นักบวช จากนั้นเหล่านักบวชได้โยนผลเชอร์รี่เข้ากองไฟไป ทำให้เกิดเป็นกลิ่นหอมจากการเผากาแฟ เมื่อไฟมอดลงนักบวชและคาลดีจึงได้แยกเชอร์รี่ออกมาจากกองขี้เถ้าและนำไปดองกับเหล้าในโหล

ต่อมาเมื่อเปิดโหลก็ได้แจกจ่ายเหล้าดองนั้นให้กับนักบวชในวัด ปรากฏว่าคืนนั้นนักบวชในวัด รู้สึกร่างกายสดชื่น สามารถสวดมนต์ได้ยาวนานถึงเช้า นักบวชทั้งหลายจึงตกลงกันว่าจะดื่มเหล้าสูตรนี้ทุกวัน เหล้าหมักเมล็ดกาแฟจึงกลายเป็นเครื่องดื่มที่อยู่คู่กับพิธีกรรมทางศาสนา จุดนั้นเองคือการค้นพบกาแฟของโลก และหลังจากนั้นจึงเริ่มมีการเพาะปลูกกาแฟกันอย่างแพร่หลาย จนแพร่ขยายไปยังทวีปอื่น ๆ และเมล็ดพันธุ์ก็ถูกนำไปปลูกในหลายพื้นที่และกลายเป็นพืชเศรษฐกิจของเอธิโอเปียและอีกหลายประเทศ

 

กาแฟเอธิโอเปีย มีต้นกำเนิดมาจากไหน 

 

กาแฟเอธิโอเปีย รสชาติเป็นยังไง

ปัจจุบันกาแฟที่ปลูกในเอธิโอเปียมีมากกว่า 1,000 สายพันธุ์ ที่ถูกพัฒนากันมาอย่างยาวนาน ซึ่งในแต่ละพื้นที่ก็จะมีเมล็ดกาแฟที่มีเอกลักษณ์แตกต่างกัน กาแฟเอธิโอเปียเป็นกาแฟอาราบิก้า ซึ่

ซึ่งส่วนใหญ่จะมีกลิ่นหอมฟรุตตี้ สดใส และซับซ้อน โดยโทนรสชาติที่พบบ่อย เช่น 

  • กลิ่นดอกไม้ (ดอกมะลิ, ลาเวนเดอร์) 
  • ผลไม้ตระกูลเบอร์รี (บลูเบอร์รี, ราสป์เบอร์รี) 
  • ส้ม หรือเลมอน แบบเปรี้ยวสดใส
  • บางแหล่งอาจมีโทนชา หรือความหวานคล้ายผลไม้สุก 

ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับพื้นที่ที่ปลูกกาแฟชนิดนั้น ๆ ด้วย และมีความเข้มข้นดื่มแล้วรู้สึกสดชื่น บอดี้ค่อนข้างเบาบาง คล้ายกับการดื่มชาผลไม้  

ที่ประเทศเอธิโอเปียจะเน้นการผลิตกาแฟแบบยั่งยืน โดยเกษตรกรส่วนใหญ่จะปลูกกาแฟไว้ในสวนที่บ้าน ปลูกร่วมกับพืชอื่น ๆ หรือบางพื้นที่ก็ปลูกแบบสวนป่า ทำให้ที่นี่มีเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟรายย่อยอยู่มากมาย และก็จะมีสหกรณ์กลางคอยให้ความรู้ ช่วยสนับสนุนตั้งแต่เรื่องการปลูก การผลิต ไปจนถึงการขายและส่งออก ทำให้กาแฟเอธิโอเปีย สามารถส่งออกไปขายได้ทั่วโลก และในส่วนของการแปรรูป กาแฟเอธิโอเปีย หลัก ๆ มีอยู่ 2 วิธี 

  • Washed Process : เป็นการแปรรูปแบบเปียก เป็นการกะเทาะเปลือกและเนื้อออก ก่อนหมัก ล้าง และนำเมล็ดไปตากให้แห้ง ทำให้กาแฟมีรสชาติสะอาด สดชื่น 

  • Natural Process : เป็นการแปรรูปแบบแห้ง เป็นการเอาเมล็ดกาแฟไปตากให้แห้งก่อน แล้วค่อยกะเทาะเปลือกและเนื้อออก วิธีนี้ช่วยให้กาแฟบอดี้แน่น มีความหวานและกลิ่นผลไม้เด่นขึ้น พร้อมรสชาติที่ซับซ้อนกว่า 

 

กาแฟเอธิโอเปียยอดนิยม มาจากแหล่งเพาะปลูกไหนบ้าง

Yirgacheffe

กาแฟเอธิโอเปีย เยอกาเชฟเป็นกาแฟที่มาจากเขตคัฟฟา (Kaffa) ภูมิภาค Yirgacheffe ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของภูมิภาค Sidamo ที่ราบสูงทางตะวันเฉียงใต้ของเอธิโอเปีย ซึ่งอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลถึง 1,700-2,200 เมตร และมีสภาพอากาศที่เหมาะกับการปลูกกาแฟทำให้กาแฟเอธิโอเปียเยอกาเชฟมีรสชาติดี เข้มข้น และยังมีกลิ่นที่ซับซ้อน และแตกต่างกันไปตามสภาพพื้นดินที่ปลูกอีกด้วย เช่น กาแฟที่ปลูกในระดับความสูงเหนือระดับน้ำทะเล 2,000 เมตรขึ้นไป จะมีกลิ่นหอมของดอกไม้ และหากปลูกในระดับที่ต่ำกว่าจะมีกลิ่นหอมของสมุนไพร จึงทำให้กาแฟเอธิโอเปีย เยอกาเชฟเป็นที่นิยมไปทั่วโลกโดยเฉพาะประเทศในแถบยุโรปและอเมริกา จนเป็นหนึ่งในพืชเศรษฐกิจของประเทศเอธิโอเปีย

 

กาแฟเอธิโอเปีย

 

Sidamo

Sidamo เป็นพื้นที่ขนาดใหญ่บนที่ราบสูงในหุบเขา Rift Valley ซึ่งเป็นภูมิภาคที่ปลูกกาแฟมาก มีความสูงเหนือระดับน้ำทะเลอยู่ที่ 1,550-2,000 เมตร มีอุณหภูมิและปริมาณน้ำฝนที่เหมาะสม นอกจากนั้นยังมีดินที่อุดมสมบูรณ์เหมาะกับการเจริญเติบโตของกาแฟ กาแฟเอธิโอเปียจากภูมิภาคนี้โด่งดังในเรื่องความเข้มข้น บอดี้ที่หนักแน่น แต่มีกลิ่นหอมของดอกไม้และซิตรัส ผสานกับความเปรี้ยวที่ดื่มแล้วทำให้รู้สึกสดชื่น 

 

Harrar

กาแฟเอธิโอเปียจากภูมิภาค Harrar นี้ ส่วนใหญ่จะเป็นกาแฟอาราบิก้าป่า ที่นำมาปลูกในไร่ขนาดเล็ก ความสูงของภูมิภาคนี้อยู่ที่ 1,400 - 2,000 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล กาแฟจาก Harrar จะมีกลิ่นที่แตกต่างจากกาแฟจากภูมิภาคอื่น คือมีกลิ่นของบลูเบอร์รี่ หรือ แบล็กเบอร์รี่ รสชาติเหมือนผลไม้ และมีความเป็นกรดสูง แต่มีบอดี้ที่หนักแน่น จึงนิยมนำไปเบลนด์รวมกับกาแฟชนิดอื่น ๆ มากกว่าที่จะทำเป็นกาแฟซิงเกิ้ลหรือไม่ผสมกับเมล็ดกาแฟอื่น ๆ 

 

 

วิธีในการทำกาแฟเอธิโอเปีย 

 

วิธีในการทำกาแฟเอธิโอเปีย 

เมื่อรู้จักกับเมล็ดกาแฟเอธิโอเปียแล้ว อย่าลืมว่าเมื่อเลือกเมล็ดกาแฟที่ดีได้แล้ว วิธีการชงกาแฟก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะดึงรสชาติอันโดดเด่นของเมล็ดกาแฟแต่ละชนิดออกมา มาดูวิธีการชงกาแฟเอธิโอเปียที่จะทำให้ได้รสชาติของกาแฟที่ยอดเยี่ยมกันเลย


การดริปกาแฟ

การดริปกาแฟคือ การทำให้น้ำร้อนในอุณหภูมิที่เหมาะสมไหลผ่านเมล็ดกาแฟคั่วบดอย่างช้า ๆ จึงทำให้ดึงกลิ่นอันเป็นเอกลักษณ์ของเมล็ดกาแฟออกมาได้มาก ถึงแม้จะใช้เวลานานสักหน่อย แต่รับรองว่าคุ้มค่าแน่นอน 

อุปกรณ์ที่ใช้ในการดริปกาแฟก็มีวางจำหน่ายเป็นชุดหาซื้อได้ง่าย หรือหากใครเป็นมือใหม่จะใช้เพียงกระดาษกรองกาแฟ กาน้ำร้อน กาสำหรับใส่กาแฟ และแก้วกาแฟก็เพียงพอที่จะทำกาแฟดริปดี ๆ สักแก้วแล้ว ให้ทั่วเพียงแค่นำกระดาษกรองวางบนกาเปล่า แล้วนำเมล็ดกาแฟเอธิโอเปียคั่วบดใส่ในกระดาษกรอง แล้วเทน้ำร้อนลงไปช้า ๆ โดยวนเป็นวงกลมให้เมล็ดกาแฟโดนน้ำร้อนให้ทั่วถึง จากนั้นน้ำร้อนก็จะไหลผ่านเมล็ดกาแฟลงไปที่กาด้านล่าง กลายเป็นกาแฟที่มีกลิ่นหอม พรอ้มเสริ์ฟ

 

French Press

เฟรนช์เพรสเป็นการชงกาแฟจากประเทศฝรั่งเศส จะได้รสชาติกาแฟที่เข้มข้น และใช้อุปกรณ์ไม่มาก การชงแบบนี้ต้องมีหม้อเฟรสช์เพรสที่ใช้สำหรับชงโดยเฉพาะ หลักการของการชงกาแฟแบบเฟรนช์เพรสนี้คือการแช่กาแฟในน้ำร้อนโดยตรง จากนั้นสร้างแรงดันให้น้ำร้อนสกัดเอาน้ำมันกาแฟออกมา ซึ่งจะให้กาแฟที่รสชาติเข้มข้นและมีกลิ่นเฉพาะตัว วิธีการก็ไม่ยาก เริ่มต้มน้ำร้อนแล้วอุ่นเครื่องเฟรนช์เพรสของเราโดยนำน้ำร้อนมาราด แล้วนำเมล็ดกาแฟคั่วบดใส่ลงไป จากนั้นใส่น้ำร้อน แช่ทิ้งไว้ 3-4 นาที แล้วกดลูกสูบของเครื่องเพื่อสกัดน้ำกาแฟออกมา เพียงแค่นี้ก็ได้กาแฟหอมเข้มข้นสไตล์ฝรั่งเศสมาลิ้มลองแล้ว

 

Espresso

การชงกาแฟเอธิโอเปียด้วยเครื่องชงกาแฟเอสเพรสโซ่ก็เป็นวิธีที่สะดวกสบายและนิยมกันมาก เนื่องจากใช้เวลาที่รวดเร็วและวิธีนี้ยังเหมาะกับการชงเมล็ดกาแฟที่หลากหลายด้วย เพียงแค่มีเครื่องเอสเพรสโซ่คุณภาพดีสักตัว บดเมล็ดกาแฟให้ได้ขนาดที่เหมาะสมแล้วใส่ลงไปในก้านชง นำไปใส่ที่เครื่อง แล้วกดปุ่ม เครื่องก็จะสร้างแรงดันอัดน้ำร้อนออกมาผ่านเมล็ดกาแฟในก้านชง ลงสู่แก้วทำให้ได้กาแฟเอสเปรสโซ่หอมกรุ่น แสนอร่อย

 

กาแฟเอธิโอเปีย กับโคลัมเบีย ต่างกันยังไง

 

คำถามเกี่ยวกับกาแฟเอธิโอเปีย 

จุดเด่นของกาแฟเอธิโอเปียคืออะไร

กาแฟเอธิโอเปีย มีความหอมที่เป็นเอกลักษณ์มาก แค่ได้กลิ่นก็รู้สึกถึงความสดชื่น หลายตัวจะมีกลิ่นคล้ายดอกไม้ ผลไม้ตระกูลเบอร์รี หรือซิตรัส รสชาติจะออกเปรี้ยวใส ๆ ดื่มง่าย มีความหวานธรรมชาติปลายลิ้น รสชาติที่มีมิตินี้ ทำให้กาแฟเอธิโอเปียเป็นเมล็ดที่คอกาแฟหลายคนชอบ     

กาแฟเอธิโอเปีย กับโคลัมเบีย ต่างกันยังไง

สองประเทศนี้ถือว่าเป็นตัวท็อป ของกาแฟอาราบิก้า แต่คาแรกเตอร์มีความต่างกันชัดเจน กาแฟเอธิโอเปียจะมีกลิ่นฟลอรัลเด่นมาก รสออกฟรุตตี้ เปรี้ยวสดใส เบา แต่มีความซับซ้อน มีมิติ ส่วนกาแฟโคลัมเบีย จะมีรสที่บาลานซ์มากกว่า โทนออกช็อกโกแลต คาราเมล เปรี้ยวอ่อน ๆ ดื่มง่ายหมาะทั้งทำกาแฟดริปและเอสเปรสโซ่ 

กาแฟเอธิโอเปีย กับบราซิล ต่างกันยังไง

กาแฟจากสองประเทศนี้ต่างกันค่อนข้างชัดเจน  เพราะกาแฟเอธิโอเปีย มีความฟรุตตี้ ดอกไม้ รสชาติซับซ้อน ส่วนกาแฟบราซิลจะเหมาะกับสายนุ่ม ดื่มง่าย แทบไม่มีความเปรี้ยว มีความโทนนัตตี้ ช็อกโกแลต  และคาราเมล บอดี้แน่น ส่วนใหญ่จะเอาไปทำเป็นเบสกาแฟนม 

กาแฟเอธิโอเปีย เหมาะกับการคั่วระดับไหน

ส่วนใหญ่จะนิยมคั่วอ่อนถึงคั่วกลาง เพราะการคั่วแบบนี้ช่วยให้เราได้สัมผัสรสชาติ และกลิ่นหอมเฉพาะตัวของเมล็ดกาแฟได้มากขึ้น โดยเฉพาะโทนผลไม้ ดอกไม้ หรือความเปรี้ยวสดชื่นที่เป็นเอกลักษณ์ของกาแฟเอธิโอเปีย ถ้าชอบกาแฟที่หอม มีความเปรี้ยวแบบผลไม้ และรสชาติซับซ้อนหน่อย แนะนำคั่วอ่อน แต่ถ้าอยากได้รสชาติที่กลมกล่อมขึ้น ดื่มง่ายขึ้น ต้องคั่วกลางเลย

กาแฟเอธิโอเปีย เหมาะกับใคร

กาแฟเอธิโอเปีย เหมาะกับคนที่ชอบกาแฟหอม ๆ โดยเฉพาะคนที่ชอบโทนรสชาติออกฟรุตตี้ เช่น เบอร์รี ส้ม มะนาว หรือมีความหอมคล้ายดอกไม้ ใครที่อยากลองเปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ จากกาแฟ Specialty Coffee กาแฟเอธิโอเปียก็เป็นอีกตัวที่น่าลอง เพราะแต่ละเมล็ดอาจให้รสชาติและกลิ่นที่แตกต่างกัน

กาแฟเอธิโอเปีย เหมาะกับมือใหม่ไหม

ถ้าเป็นมือใหม่ที่อยากลองก้าวเข้าสู่วงการกาแฟ ต้องลองเปิดใจให้กับกาแฟเอธิโอเปียเลย อาจจะต้องเลือกตามแหล่งเพาะปลูก เพราะว่าจะมีรสชาติที่มีความต่างกันอยู่ เช่น Yirgacheffe ที่มีดี ดื่มง่าย เข้มข้นแต่ไม่หนักเกินไป ได้กลิ่นหอมดอกไม้กับความสดชื่นฟรุตตี้ 


แนะนำกาแฟเอธิโอเปียจาก Beno

เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้หลายคนคงอยากลิ้มลองเมล็ดกาแฟเอธิโอเปียกันแล้ว จึงขอแนะนำกาแฟเอธิโอเปียที่มีรชาติดีเยี่ยม แถมยังชงง่าย พกพาสะดวก เพราะมาในรูปปแบบถุงดริป แค่มีน้ำร้อนก็ชงดื่มได้เลย กาแฟ BENO Coffee Drip Bag Ethiopia ที่บรรจุในถุงดริปคือเมล็ดกาแฟเอธิโอเปียจากเยอกาเชฟ คั่วอ่อนพิเศษ ให้รสชาติแบบฟรุตตี้ที่อบอวลไปด้วยผลไม้ และดอกไม้ มีรสชาติหวานอมเปรี้ยว พร้อมกลิ่นหอมละมุนของดอกไม้ ผสานกับรสชาติหวานฉ่ำของผลไม้ ลิ้นจี่ มะม่วง พีช เมล่อนและตัดด้วยรสเปรี้ยวของสัปปะรดและส้ม ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย และสดชื่น พร้อมเริ่มต้นวันแบบสบายๆ 

 

หากใครเป็นคอกาแฟ ก็ไม่ควรพลาดที่จะลอง กาแฟเอธิโอเปีย เพราะถือเป็นกาแฟจากถิ่นกำเนิดของกาแฟที่ขึ้นชื่อเรื่องคุณภาพและรสชาติที่มีเอกลักษณ์ ทั้งหอม และมีรสชาติที่ซับซ้อนแตกต่างกันไปตามแหล่งปลูก ใครที่อยากลองชงกาแฟเอธิโอเปียดื่มเองที่บ้าน ก็สามารถเลือกใช้ เครื่องชงกาแฟ OGGI BY BENO รุ่น RUBIK เครื่องชงกาแฟแบบ 4 in 1 ที่รวมทั้งเครื่องบดในตัว ชงเมล็ดกาแฟสด ชงกาแฟแคปซูล Nespresso และ Dolce Gusto รวมถึงมีฟังก์ชันตีฟองนมอัตโนมัติ เรียกว่ามีเครื่องเดียวก็ชงกาแฟได้หลายแบบ 

 

บีโน่