รวม 10 วิธีชงกาแฟสดทั้งแบบใช้เครื่องและไม่ใช้เครื่อง

วิธีชงกาแฟสด

วิธีชงกาแฟสด สามารถชงได้หลายวิธี ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์ที่มีและรสชาติที่ชอบ ตั้งแต่การชงด้วยเครื่องเอสเปรสโซ่ เครื่องแคปซูล โมก้าพอท เฟรนช์เพรส ไปจนถึงการดริปและสกัดเย็น ถ้าอยากได้กาแฟหอมอร่อย ควรเลือกเมล็ดกาแฟ ระดับการบด สัดส่วนกาแฟต่อน้ำ และอุณหภูมิให้เหมาะกับวิธีชงนั้น ๆ ด้วย 

การชงกาแฟสด ไม่ใช่แค่ขั้นตอนการเทน้ำร้อนลงบนผงกาแฟเท่านั้น แต่คือกระบวนการ ที่ช่วยดึงรสชาติ กลิ่น และเอกลักษณ์ของเมล็ดกาแฟออกมาได้อย่างเต็มที่ ตั้งแต่เลือกเมล็ดกาแฟที่ชอบ การบดในระดับที่พอดี ไปจนถึงการเลือกอุปกรณ์ เพียงเทคนิคการชงที่แตกต่างกัน ก็ทำให้รสชาติและฟีลลิ่งไม่เหมือนกันได้ บทความนี้จะพาทุกคนไปรู้จัก 10 วิธีชงกาแฟสด ที่ทำตามได้จริง ไม่ว่าจะเป็นมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มชงเองที่บ้าน หรือคนที่อยากเปลี่ยนบรรยากาศจากแก้วเดิม ๆ เพื่อให้การชงกาแฟสดในแต่ละวันไม่น่าเบื่อ และยังช่วยให้ค้นพบรสชาติที่ถูกใจในแบบของตัวเองที่สุด

 

เช็กลิสต์! วิธีชงกาแฟสด แบบไหนที่ใช่สำหรับเรา

  • วิธีชงกาแฟสด : คือการนำเมล็ดกาแฟคั่วมาบดแล้วชงด้วยวิธีต่าง ๆ ไม่ว่าจะแบบใช้เครื่อง หรือแบบไม่ใช้เครื่อง 

  • จุดเด่น : รสชาติกาแฟชัด ปรับรสชาติเองได้ เลือกเมล็ดได้ตามใจ 

  • วิธีชงแบบใช้เครื่อง : เลือกได้หลายแบบตามไลฟ์สไตล์ ตั้งแต่เครื่องเอสเปรสโซ่ เครื่องแคปซูล เครื่องอัตโนมัติ ไปจนถึงอุปกรณ์คลาสสิกอย่างโมก้าพอท เฟรนช์เพรส ไซฟอน และแอโรเพรส 

  • วิธีชงแบบไม่ใช้เครื่อง : ใช้ได้ทั้งหม้อต้มบนเตา ดริปด้วยกระดาษกรอง หรือจะทำ Cold Brew

  • เคล็ดลับการชงกาแฟสด :  คือเลือกเมล็ดให้เหมาะกับวิธีชง บดกาแฟให้ถูกระดับ คุมสัดส่วนกาแฟต่อน้ำ และควบคุมอุณหภูมิ-เวลาสกัดให้แม่นยำ 

 

กาแฟสด คืออะไร

กาแฟสดคือ กาแฟที่ได้จากการชงจากเมล็ดกาแฟที่ผ่านการคั่วในระดับต่าง ๆ เช่น คั่วอ่อน คั่วกลาง คั่วเข้ม และนำมาบดตามความละเอียดที่ต้องการ จากนั้นจึงนำเมล็ดกาแฟคั่วบดมาชง จึงทำให้ได้รสชาติของกาแฟที่เข้มข้น และกลิ่นหอมมากกว่ากาแฟแบบพร้อมชง

 

วิธีชงกาแฟสดแบบใช้เครื่อง

 

 

วิธีชงกาแฟสดด้วยเครื่องเอสเปรสโซ่

 

 

1. วิธีชงกาแฟสดด้วยเครื่องเอสเปรสโซ่

ปัจจุบันในท้องตลาดมีเครื่องชงกาแฟเอสเปรสโซ่ให้เลือกมากมายหลายยี่ห้อ ทั้งขนาดเล็กที่ใช้ในครัวเรือนไปจนถึงขนาดใหญ่ชงพร้อมกันได้หลายหัวสำหรับร้านกาแฟ วิธีชงกาแฟสดก็ไม่ยาก เพียงแค่นำเมล็ดกาแฟบดละเอียดใส่ไปที่ก้านชงตามปริมาณ แล้วนำไปใส่ในเครื่องเอสเปรสโซ่ จากนั้นก็กดปุ่มให้เครื่องทำงานโดยเครื่องจะดันน้ำร้อนในอุณหภูมิที่เหมาะสมให้ไหลผ่านเมล็ดกาแฟที่อยู่ในก้านชงออกมาเป็นกาแฟเอสเปรสโซ่เข้มข้น หอมอร่อย และสามารถนำไปปรุงเป็นเมนูกาแฟต่าง ๆ ได้

เครื่องชงเอสเปรสโซ่เหมาะกับคนที่ชอบกาแฟรสเข้ม ๆ และอยากชงกาแฟเมนูต่าง ๆ ดื่มเองที่บ้าน สามารถเติมนม ไซรัปต่าง ๆ หรือน้ำผลไม้ได้ตามชอบ จะทำกาแฟหวาน มัน หรือเข้มแค่ไหนก็ปรับได้เอง เครื่องชงเอสเปรสโซ่ก็ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ เพียงแต่อาจต้องใช้เวลาเตรียมวัตถุดิบ และพิถีพิถันกับการสกัดกาแฟสักหน่อย    


2. วิธีชงกาแฟสดด้วยเครื่องชงแบบแคปซูล

เครื่องชงกาแฟแบบแคปซูลเป็นที่นิยมใช้มากในบ้านหรือสำนักงาน เพราะสะดวกรวดเร็ว และมีให้เลือกหลายเมนูโดยไม่ต้องปรุงเพิ่มเอง ระบบการทำงานคือนำเมล็ดกาแฟไปบดก่อน แล้วนำมาบรรจุในแคปซูลเพื่อรักษารสชาติของเมล็ดกาแฟ เมื่อชงกาแฟก็เพียงแค่นำแคปซูลใส่ลงไปในตัวเครื่อง แล้วตัวเครื่องจะเจาะฝาแคปซูลจากนั้นดันน้ำร้อนให้ผ่านเมล็ดกาแฟที่อยู่ในแคปซูลออกมาเป็นกาแฟ

เครื่องชงกาแฟแบบแคปซูลเหมาะกับคนที่เน้นความสะดวก รวดเร็ว และใช้งานง่าย นอกจากนี้ยังมีราคาไม่สูงมาก และมีแคปซูลให้เลือกหลายเมนู ทั้งอเมริกาโน่ ลาเต้ คาปูชิโน่ รวมถึงชาเขียวและช็อกโกแลต แถมดูแลรักษาง่าย เพียงนำแคปซูลที่ใช้แล้วออกก็พร้อมชงแก้วต่อไป แต่รสชาติ ความสดใหม่ของกาแฟอาจไม่เทียบเท่าเครื่องชงเอสเปรสโซ่ และมีข้อจำกัดในการเลือกเมล็ดกาแฟ เพราะต้องเลือกจากแคปซูลที่มีขายเท่านั้น

 

3. วิธีชงกาแฟสดด้วยเครื่องอัตโนมัติ

เครื่องชงกาแฟแบบอัตโนมัติก็เป็นอีกรูปแบบหนึ่งที่ได้รับความนิยม โดยเฉพาะในร้านอาหาร หรือออฟฟิศ เพราะสามารถชงกาแฟทุกเมนูได้อย่างรวดเร็ว เพียงแค่เติมเมล็ดกาแฟ และส่วนผสมอื่น ๆ เช่น นม โกโก้ น้ำตาล ลงไปในเครื่อง จากนั้นก็กดปุ่มเลือกเมนูที่ต้องการได้เลย โดยเครื่องชงกาแฟอัตโนมัติแต่ละรุ่นก็จะมีเมนูที่ทำได้มากน้อยต่างกัน

เครื่องชงกาแฟแบบนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ชอบความยุ่งยาก และต้องการดื่มกาแฟหลายรสชาติ หลายเมนูโดยไม่ต้องเสียเวลาปรุงให้วุ่นวาย นอกจากนั้นยังทำความสะอาดง่าย และสามารถเลือกเมล็ดกาแฟที่ชื่นชอบได้เอง

 

moka pot


4. วิธีชงกาแฟสดด้วยโมก้าพอท (Moka Pot)

โมก้าพอทเป็นเครื่องชงกาแฟจากประเทศอิตาลี คิดค้นโดย ลุยจี เดอ ปอนติ ซึ่งเป็นที่นิยมในหมู่ที่ชื่นชอบกาแฟเข้ม โมก้าพอทมีลักษณะคล้ายกาผลิตจากสแตนเลส วิธีการชงก็คือใส่น้ำลงไปในหม้อจนถึงระดับที่แนะนำ จากนั้นใส่กรวยกาแฟและเมล็ดกาแฟบดลงไปแล้วปิดฝา นำกาไปต้มจนน้ำร้อน และจะมีไอน้ำดันพุ่งขึ้นผ่านเมล็ดกาแฟ แล้วปิดไฟรออีกสักพักให้น้ำกาแฟถูกดันขึ้นมาอยู่ด้านบน ก็จะได้กาแฟที่พร้อมดื่มแล้ว

ปัจจุบันโมก้าพอทเป็นวิธีชงกาแฟที่ได้รับความนิยมทั้งร้านคาเฟ่ มีร้านคาเฟ่หลายร้านที่เปิดให้บริการเฉพาะกาแฟที่ชงด้วยโมก้าพอทเพียงอย่างเดียว หรือใช้ครัวเรือน เนื่องจากโมก้าพอทหาซื้อง่าย ราคามีตั้งแต่ราคาถูกไปจนสูง และวิธีการชงก็ไม่ยาก เพียงแค่มีเมล็ดกาแฟบด โมก้าพอท และเตาก็ดื่มกาแฟสดได้แล้ว เพียงแค่ต้องใช้เวลาชงและทำความสะอาดอุปกรณ์มากกว่าเครื่องชงกาแฟแบบอื่นที่กล่าวมา

 

French press coffee

 

5. วิธีชงกาแฟสดด้วยเครื่องเฟรนช์เพรส (French Press)

เครื่องชงกาแฟแบบเฟรนช์เพรส เป็นเครื่องชงกาแฟที่ใช้แรงดันอากาศในการชง โดยเครื่องเฟรนช์เพรสจะเป็นกาสูงสำหรับใส่เมล็ดกาแฟบดและน้ำร้อน และจะมีตัวกดเป็นตะแกรง เมื่อใส่เมล็ดกาแฟและน้ำลงไปแล้ว ให้ใส่ตัวกดลงไปแล้วค่อย ๆ กดลงจนสุดกา ก็ได้กาแฟพร้อมดื่มแล้ว

เครื่องชงกาแฟแบบเฟรสช์เพรสนี้ก็สามารถชงดื่มได้ง่าย ๆ โดยใช้เมล็ดกาแฟบดหยาบ เพื่อไม่ให้เมล็ดกาแฟหลุดผ่านตัวกรองออกมา การชงกาแฟแบบนี้ให้กาแฟที่เข้มข้น สดชื่น หอมอร่อย แต่ต้องใช้เวลาเช่นเดียวกับโมก้าพอท


6. วิธีชงกาแฟสดด้วยเครื่องไซฟอน (Siphon)

ไซฟอนเป็นเครื่องชงกาแฟอีกแบบที่ใช้อุปกรณ์ที่เรียกว่าไซฟอน ซึ่งลักษณะจะคล้ายตะเกียงในห้องทดลองวิทยาศาสตร์ เครื่องไซฟอนประกอบด้วยโถแก้วทรงกลมสำหรับใส่น้ำ และโถแก้วกรงกระบอกสำหรับใส่เมล็ดกาแฟ โดยนำน้ำใส่โถลูกแก้วให้เดือดจัด ใส่เมล็ดกาแฟบดลงในโถแก้วที่มีตัวกรองอยู่ตรงกัน น้ำเดือดจะถูกดันผลักขึ้นไปบนโถกาแฟผ่านเมล็ดกาแฟ และเมื่อปิดไฟน้ำกาแฟที่อยู่ในโถกาแฟก็จะไหลกลับลงสู่โถทรงกลมด้านล่าง 

การชงกาแฟแบบไซฟอนต้องใช้เวลาค่อนข้างนาน แต่ข้อดีคือให้กาแฟที่กลิ่นหอมชัดเจน และวิธีชงกาแฟสดแบบนี้ก็ยังดูน่าตื่นตาตื่นใจ ทำให้ร้านกาแฟหลายร้านนำเครื่องไซฟอนมาเป็นจุดขาย

 

7. วิธีชงกาแฟสดด้วยเครื่องแอโรเพรส (Aeropress)

เครื่องชงกาแฟแอโรเพรสถูกคิดค้นโดยอลัน แอดเลอร์ เมื่อปี 2005 มีลักษณะเป็นท่อสองชิ้นประกอบกันคล้ายไซรินจ์ วิธีชงกาแฟสดแบบนี้ คือนำเมล็ดกาแฟบดใส่ลงในท่อบน แล้วรินน้ำร้อนตามลงไป จากนั้นปิดท่อด้วยกระดาษกับฝาตะแกรงแล้วรอ พอได้เวลาก็จับท่อด้านบนพลิกใส่แก้ว แล้วกดอีกท่อลงมาเหมือนกับเข็มฉีดยาแรงดันอากาศก็จะดันน้ำกาแฟออกมา

เครื่องชงกาแฟแอโรเพรสเป็นที่นิยมในหมู่นักเดินทางด้วยขนาดที่เล็ก พกพาง่าย น้ำหนักเบา และตัวเครื่องทำจากพลาสติกจึงเหมาะกับการใส่กระเป๋าเดินทางมาก


วิธีชงกาแฟสดแบบไม่ใช้เครื่อง

ถ้าชอบดื่มกาแฟใส ๆ แต่ไม่มีเครื่องชงหรืออุปกรณ์เฉพาะก็ไม่เป็นไร เพราะยังมีวิธีชงกาแฟสดแบบไม่ใช้เครื่องอีกหลายวิธี โดยใช้อุปกรณ์ที่หาได้ง่ายในบ้าน ก็สามารถชงกาแฟดื่มเองได้ง่าย ๆ 

 

1. วิธีชงกาแฟสดบนเตา

หลักการชงกาแฟสดง่าย ๆ คือการนำน้ำร้อนไปสกัดสารและกลิ่นรสจากเมล็ดกาแฟคั่วบดจนได้เป็นน้ำกาแฟ ดังนั้นแม้ไม่มีเครื่องชงกาแฟหรืออุปกรณ์เฉพาะ ก็สามารถชงกาแฟด้วยหม้อที่มีอยู่ในบ้าน โดยต้มน้ำในหม้อจนร้อน จากนั้นใส่กาแฟลงไป คนเบา ๆ ให้กาแฟกระจายตัวและไม่จับเป็นก้อนหรือติดก้นหม้อ แล้วต้มต่อประมาณ 3 นาที จากนั้นยกหม้อลงพักไว้ให้ผงกาแฟตกตะกอน ก่อนเทเฉพาะน้ำกาแฟใส่แก้ว หรือจะกรองผ่านกระชอนเพื่อแยกกากกาแฟออกก็ได้

วิธีการชงกาแฟสดแบบนี้สะดวกสามารถใช้อุปกรณ์ที่มีอยู่ในบ้านได้เลย แต่ยุ่งยากในเรื่องการควบคุมสัดส่วน ความร้อนของน้ำ และรสชาติของกาแฟ

 

coffee drip

 

2. วิธีชงกาแฟสดแบบดริป

การชงกาแฟแบบดริปมีทั้งการใช้เครื่องดริปหรือใช้เพียงแค่กระดาษกรองกับภาชนะทนความร้อน หรือกาแฟสดแบบดริปบรรจุแพคเกจพร้อมชงที่มีลักษณะเป็นกระดาษกรองกาแฟสำหรับดริป หากใช้หม้อดริปก็มีอุปกรณ์ขายเป็นชุดอยู่มากมาย หลักการก็ง่าย แค่เพียงต้มน้ำร้อน แล้วค่อย ๆ เทน้ำร้อนผ่านเมล็ดกาแฟคั่วบดที่ใส่ในกระดาษกรอง ให้ไหลผ่านลงสู่ภาชนะด้านล่าง แล้วเสิร์ฟได้เลย หากเป็นกาแฟดริปแบบพร้อมชงก็ยิ่งสะดวกขึ้นไปอีก ลักษณะจะเป็นกาแฟบรรจุใส่ซองกระดาษคล้ายกับชา แต่จะมีที่สำหรับเกี่ยวกับขอบแก้ว วิธีชงก็แค่เตรียมแก้วกาแฟ ฉีกซอง แล้วนำที่เกี่ยวเกี่ยวกับขอบแก้วด้านใน จากนั้นนำน้ำร้อนมาเทใส่เมล็ดกาแฟในถุงให้น้ำร้อนไหลผ่านเมล็ดกาแฟผ่านกระดาษกรองลงสู่แก้ว ก็ได้กาแฟสดแบบง่ายดายมาก

กาแฟดริปแบบพร้อมชงสะดวกมาก สามารถพกพาไปได้ทุกที่ แค่หาน้ำร้อนก็ได้กินกาแฟสดอร่อย ๆ แล้ว และปัจจุบันก็มีหลากหลายแบรนด์ให้เลือกซื้อ

 

cold brew

 

3. วิธีชงกาแฟสดแบบสกัดเย็น (Cold brew)

วิธีชงกาแฟแบบสกัดเย็นก็ง่าย แถมยังได้กาแฟสดรสนุ่มละมุน เก็บไว้ได้นาน แค่นำเมล็ดกาแฟบดใส่ในขวด แล้วใส่น้ำ คนเบา ๆ ให้เมล็ดกาแฟโดนน้ำอย่างทั่วถึง ปิดฝาให้สนิทแล้วนำไปแช่เย็น 12-24 ชั่วโมง จากนั้นนำกาแฟที่ได้มากรองเมล็ดกาแฟออก ก็ได้กาแฟสกัดเย็นชื่นใจแล้ว กาแฟสกัดเย็นสามารถแช่ตู้เย็นเก็บไว้โดยรสชาติไม่เปลี่ยนได้นานถึงสองอาทิตย์
 
วิธีชงกาแฟสกัดเย็นทำได้ง่าย สามารถพกพาไปดื่มนอกบ้านได้ หรือชงตุนไว้สำหรับวันที่เร่งรีบ แต่ก็ต้องใช้เวลานานกว่าจะได้กาแฟสดดี ๆ สักแก้วหนึ่ง วิธีชงกาแฟสดก็มีหลากหลายวิธีซึ่งแต่ละวิธีก็ให้รสชาติที่แตกต่างกัน และเหมาะกับเมล็ดกาแฟ รวมถึงระดับการคั่วบดที่แตกต่างกัน ดังนั้นหากต้องการชงกาแฟสดดื่มที่บ้านก็ต้องหารสชาติที่ชอบ เพื่อจะได้เลือกเครื่องชง หรือวิธีชงกาแฟสดที่ถูกใจ รับรองว่าเมื่อได้ลิ้มรสกาแฟสดแล้ว ก็จะทำให้ลืมรสชาติกาแฟแบบเดิม ๆ ไปเลย

 

เทคนิค (ไม่ลับ) วิธีชงกาแฟสดให้อร่อยเหมือนร้าน 

 

วิธีชงกาแฟสดให้อร่อยด้วยเครื่องชงกาแฟ

 

1. เลือกเมล็ดกาแฟให้เหมาะกับวิธีชงกาแฟสด: กาแฟดริป (Pour Over) มักใช้เมล็ดคั่วอ่อน-กลาง รสชาติเบา หอมผลไม้ หากชงด้วยเครื่องเอสเปรสโซ (Espresso) อาจใช้เมล็ดคั่วกลาง-เข้ม เพื่อความเข้มข้นและบอดี้ที่หนักแน่น 

  • Tips: เลือกเมล็ดที่คั่วไม่เกิน 2-4 สัปดาห์เพื่อความสดใหม่

 

2. บดกาแฟให้ถูกระดับ (Grind Size): การบดมีผลต่อการสกัดรสชาติ หากบดหยาบเกินไป → รสจืด สกัดไม่พอ แต่ถ้าบดละเอียดเกินไป → ขม เปรี้ยวเกิน หรือฝาด ฉะนั้น ควรใช้เครื่องบด Burr Grinder เพื่อควบคุมความละเอียดได้แม่นยำ นอกจากนี้ ยังควรเทียบ Grind Size กับแต่ละวิธีชงกาแฟสดด้วย เช่น French Press: หยาบ / Pour Over: กลาง-ละเอียด / Espresso: ละเอียดมาก

  • Tips: บดกาแฟใหม่ทุกครั้ง หรือก่อนชงไม่นาน อย่าบดทิ้งไว้ เพราะหลังบดกาแฟจะสัมผัสกับออกซิเจนมากขึ้นและสูญเสียกลิ่นหอมได้เร็ว

 

3. ควบคุมสัดส่วน กาแฟ : น้ำ : ใช้เครื่องชั่งดิจิทัล (Digital Scale) เพื่อความแม่นยำทุกแก้ว เรียกว่า Brew Ratio เช่น วิธีชงกาแฟสดด้วยการ Drip: 1:15–1:17 (ผงกาแฟ 1 กรัม ต่อน้ำ 15–17 กรัม) / วิธีชงกาแฟสดด้วยเครื่อง Espresso: 1:2 (เช่น ผง 18g ได้กาแฟ 36g)

  • Tips: ชงด้วยเครื่องชั่ง (Digital Scale) ไม่ใช่แค่กะด้วยช้อน!



4. ควบคุมอุณหภูมิน้ำให้เหมาะสม: อุณหภูมิน้ำที่ทั่วไปที่แนะนำคือ 90–96°C แต่ก็ขึ้นอยู่กับเมล็ดกาแฟด้วย เช่น กาแฟคั่วอ่อน = ใช้น้ำร้อน 94–96°C / กาแฟคั่วเข้ม = ใช้น้ำ 88–92°C เพื่อไม่ให้ขมไหม้ แม้จะต่างกันไม่กี่องศา แต่ส่งผลต่อรสชาติแบบรู้สึกได้ชัดเจน

  • Tips: ใช้ Kettle แบบมีเทอร์โมมิเตอร์ หรือกาต้มน้ำควบคุมอุณหภูมิ

 

5. จับเวลาการสกัดอย่างแม่นยำ: ใช้ Timer หรือแอปกาแฟ ช่วยจับเวลา เพื่อความแม่นยำ เช่น Drip 2:30–3:30 นาที และเครื่องชง Espresso: 25–30 วินาที เพราะหากช้าเกิน = ขม / หากเร็วเกิน = จืด

  • Tips: เริ่มจับเวลา "เมื่อหยดแรกไหลออก" (Espresso) ถ้านับรวม Pre-infusion จะทำให้ตัวเลขเพี้ยน


6. เทน้ำให้ถูกวิธี (สำหรับ Pour Over): เริ่มต้นด้วย “Blooming” (เทน้ำเล็กน้อยให้ผงกาแฟพองตัว 30 วินาที) ค่อย ๆ รินน้ำแบบวงกลมช้า ๆ เพื่อสกัดรสชาติสม่ำเสมอ และใช้กาคอห่าน (Gooseneck Kettle) เพื่อควบคุมทิศทางน้ำ

  • Tips: จังหวะการเทน้ำควร “พักเป็นรอบ” ไม่ใช่เทรวดเดียว / ตอนเท Bloom (น้ำรอบแรก) ให้ชุ่มพอดี ไม่ใช่ท่วม


7. ฝึกฝนและปรับสูตร: สำหรับคนที่อยากเปิดร้านควรมีการจดบันทึกเมล็ดที่ใช้, ปริมาณ, เวลา, รสชาติ แล้วทดลองปรับความละเอียด, อุณหภูมิ, ปริมาณน้ำ เพื่อหารสชาติที่ชอบที่สุด

  • Tips: เปลี่ยนทีละตัวแปร เพื่อดูผลชัดเจน พร้อมเก็บตัวอย่างกาแฟที่ชงพลาดไว้ชิมเทียบ

 

ทำไมชงกาแฟสดแล้วยังไม่สมบูรณ์

 

ทำไมชงกาแฟสดแล้วยังไม่สมบูรณ์

 

1. กาแฟมีกลิ่นไม่หอม หรือรสชาติไม่สดใหม่

ข้อผิดพลาดที่หลายคนมองข้ามคือการใช้กาแฟที่เก็บไว้นานเกินไป ไม่ว่าจะเป็นเมล็ดกาแฟหรือผงกาแฟ เมื่อสัมผัสอากาศนาน กลิ่นและรสชาติจะค่อย ๆ จางลง การชงกาแฟสดให้อร่อย ควรเลือกกาแฟที่คั่วใหม่ ซื้อในปริมาณที่พอเหมาะ หรือพยายามซื้อเมล็ดแบบเต็มเมล็ดมาบดเองก่อนชงกาแฟสดทุกครั้ง เพื่อคงความหอมและเอกลักษณ์ของกาแฟไว้ให้มากที่สุด


2. ใช้น้ำที่ไม่เหมาะกับการชงกาแฟสด  

น้ำเป็นส่วนประกอบหลักของกาแฟมากกว่า 90% น้ำที่ดีควรสะอาด ไม่มีกลิ่น และไม่กระด้างเกินไป ถ้าใช้น้ำที่มีกลิ่นคลอรีน หรือน้ำแร่ที่มีแร่ธาตุสูงเกินไป จะส่งผลให้รสชาติของกาแฟผิดเพี้ยน การเลือกใช้น้ำกรองหรือน้ำดื่มคุณภาพดี จะช่วยให้ ชงกาแฟสด มีรสชาติสะอาด ชัด และดื่มง่ายมาก


3. กาแฟจืด จาง หรือรสอ่อน

กาแฟที่จืดหรือรสชาติบางเกินไป มักเกิดจากการใช้ผงกาแฟน้อยเกินไป หรือบดหยาบเกินกว่าวิธีชงที่ใช้ ส่งผลให้น้ำสกัดรสออกมาได้ไม่เต็มที่ การเพิ่มปริมาณผงกาแฟ ปรับความละเอียดของการบดให้เหมาะสม หรือใช้สัดส่วนกาแฟต่อน้ำที่พอดี จะทำให้กาแฟรสชาติที่เข้ม และกลมกล่อมขึ้น


4. กาแฟขมเกินไป

อีกหนึ่งในปัญหาที่พบบ่อยที่สุดของการชงกาแฟสด คือ กาแฟมีรสขมจัดจนดื่มยาก สาเหตุหลักมักมาจากการบดกาแฟละเอียดเกินไป ทำให้น้ำไหลผ่านช้าและสกัดรสออกมามากเกินความจำเป็น รวมถึงการใช้น้ำร้อนเกินไปหรือปล่อยให้น้ำสัมผัสผงกาแฟนานเกินไป วิธีแก้คือปรับระดับการบดให้หยาบขึ้นเล็กน้อย ลดเวลาในการสกัด และควบคุมอุณหภูมิน้ำ


5. ความสะอาดของอุปกรณ์

คราบน้ำมันกาแฟเก่า ๆ ที่ติดอยู่ในก้านชง ในเฟืองบด หรือแม้แต่ในเหยือกดริป คือตัวการที่ทำให้กาแฟมีกลิ่นเหม็นหืน ต่อให้เมล็ดกาแฟจะสดแค่ไหน ถ้าเจอคราบเก่าเข้าไป รสชาติก็พังได้เหมือนกัน ควรล้างอุปกรณ์ทุกครั้งหลังใช้งาน และควรใช้น้ำยาทำความสะอาดอุปกรณ์กาแฟโดยเฉพาะสัปดาห์ละครั้ง เพื่อขจัดคราบน้ำมันที่ฝังลึก

 

การชงกาแฟสดเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยให้การดื่มกาแฟในแต่ละวันสนุกขึ้น เราสามารถเลือกเมล็ดกาแฟ ปรับความเข้ม และลองวิธีชงให้ได้รสชาติกาฟที่ชอบได้ และคอกาแฟคนไหนที่อยากชงกาแฟสดดื่มเองที่บ้าน ลองเลือกเครื่องชงเอสเปรสโซ่สำหรับคนที่อยากสนุกกับการชงและทำเมนูกาแฟหลายแบบ หรือเครื่องชงกาแฟแคปซูลสำหรับคนที่อยากได้กาแฟง่าย ๆ และสะดวกในทุกวัน พร้อมเลือกใช้อุปกรณ์ชงกาแฟจาก Beno ให้เหมาะกับสไตล์การชงของตัวเอง สามารถสั่งซื้อได้ผ่านเว็บไซต์หรือ Shopee Thailand และหากมีข้อสงสัยหรือต้องการคำแนะนำเพิ่มเติม สามารถสอบถามผ่าน LINE OA: @beno ได้เลย  

 

เครื่องชงกาแฟ